11/08/2023
เมื่อกล่าวถึงการลงทุนในหุ้นสามัญ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนในระยะยาวโดยเฉลี่ยสูงที่สุด เราต้องเข้าใจในโครงสร้าง หรือ ระบบของ Money machine นี้ว่าถูขับเคลื่อนด้วยอะไร
ผมจะอธิบายถึงระบบการขับเคลื่อนของทุน สำหรับ บริษัท ที่จดทะเบียน ด้วยชุดความรู้ของ EARN Concept ซึ่งจะเป็นโครงสร้างการไหลของเงินทุน ของทุกๆ บริษัท ในระบบทุนนิยมในโลกใบนี้ เปรียบเสมือนภูเขาทั้ง 4 ลูก โดยมีภูมิทัศน์ และ ความสัมพันธ์ ประกอบไปด้วย
1. ภูเขา E (Equity : เงินของเรา) รวมกับ D (Debt : เงินจากการกู้ยืม) จะถูกแปลงเป็น ภูเขา A โดยการซื้อ อาคาร สำนักงาน เครื่องจักร หรือ เครื่องมึต่างๆ ที่ใช้ในการดำเนินกิจการผลิต หรือจัดหาสินค้า
2.ภูเขา A (Asset : สินทรัพย์) จะเติบโตแข็งแกร่ง ขึ้นได้ด้วย การดำเนินงานของ ผู้บริหาร และพนักงานในบริษัท ทำให้เกิดขึ้น
3.ภูเขา R (Revenues : รายได้ และ ยอดขาย) เมื่อบริหารจัดการภูเขา A ได้ดีทำให้เกิดรายได้ และยอดขาย เปรียบเสมือน เป็นภูเขา R
4.ภูเขา N (Net Profit : กำไรสุทธิ) เมื่อภูเขา R มีรายได้ หักลบด้วยต้นทุนต่าง ก็เกิด ภูเขา N เป็นกำไรสุทธิ และพ่นลาวาออกมาเป็นเงินปันผล และที่เหลือเป็นกำไรสะสมในภูเขา E อีกครั้ง เพื่อวนเป็น Money machine ต่อไปเป็นรอบๆ ไปเรื่อยๆเป็น Infinity หากยังดำเนินกิจการมีกำไรในทุกๆ ปี
ถ้าใครเข้าใจสมดุลของธรรมชาติในวงจร EARN concept เราก็สามารถเข้าใจ ตรวจสุขภาพของทุกๆ กิจการได้โดยผ่านผลดำเนินงานของบริษัท ซึ่งจะแสดงอยู่ในงบการเงินของทุกๆ บริษัทครับ 💡💡💡
Picture CR : หนังสือคัมภีร์หุ้นห่านทองคำ โดย คุณเทพ รุ่งธนาภิรมย์
ลงทุนหุ้นปันผล เปลี่ยนชีวิต
ส่งมอบความรู้ด้านการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ กองทุน และทุกๆ สินทรัพย์ รวมถึง การบริหารเงินส่วนบุคคล
28/07/2023
ผลตอบแทนจากการลงทุน ของแต่ละสินทรัพย์ ???
เรามาทำความรู้จักสินทรัพย์แต่ละประเภทต่อที่และผลตอบแทนเฉลี่ยเหล่านี้กันได้เลย
1. เงินฝากธนาคาร หรือ ตลาดเงิน : ได้ผลตอบแทนคงที่ในรูปแบบของดอกเบี้ย โดยส่วนใหญ่จะจ่ายปีละ 2 ครั้ง โดยผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 0.25 – 1.5% ต่อปี
2. ตราสารหนี้ภาครัฐ หรือ พันธบัตรรัฐบาล : ได้ผลตอบแทนคงที่ในรูปแบบของดอกเบี้ย โดยส่วนใหญ่จะจ่ายปีละ 2 ครั้ง ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 0.4 – 2.0% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของพันธบัตร)
3. ตราสารหนี้ภาคเอกชน หรือ หุ้นกู้ : ได้ผลตอบแทนคงที่ในรูปแบบของดอกเบี้ย โดยส่วนใหญ่จะจ่ายทุก ๆ 3 เดือน หุ้นกู้ระดับ Investment Grade ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 1.2 – 5.0% ต่อปี ส่วนหุ้นกู้ระดับ Speculative Grade ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่า 5.0% ต่อปี
4. ตราสารทุน หรือ หุ้น : ผลตอบแทนจะได้รับในรูปแบบของเงินปันผล และส่วนต่างราคาหุ้น โดยผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 8 – 12% ต่อปี
5. ทองคำ : ผลตอบแทนจะได้รับในรูปแบบของส่วนต่างราคา โดยผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 4 – 5% ต่อปี
6. สินค้าโภคภัณฑ์ : ผลตอบแทนในแต่ละสินค้าโภคภัณฑ์จะแตกต่างกัน บางปีอาจจะติดลบ แต่บางปีก็อาจจะโตสูงถึง 20-30% ต่อปี
7. กระเป๋า นาฬิกา และ ของมีค่า : สภาพคล่องปานกลาง เพราะนาฬิกาบางเรือนก็มีมูลค่าสูงมากจึงอาจจะต้องใช้เวลาในการรอขายทำกำไร ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 5% ต่อปี
8. อสังหาริมทรัพย์ : ผลตอบแทนจะได้รับในรูปแบบของส่วนต่างราคา และ ค่าเช่าขึ้นอยู่กับประเภทของ อสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนโดยผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 4 – 5% ต่อปี
Picture CR: www.finnomena.com
ลงทุนหุ้นปันผล เปลี่ยนชีวิต
ส่งมอบความรู้ด้านการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ กองทุน และทุกๆ สินทรัพย์ รวมถึง การบริหารเงินส่วนบุคคล
26/07/2023
การลงทุนระยะสั้น VS การลงทุนระยะยาว 💡💡💡
การลงทุนระยะสั้นมีอะไรบ้าง
การลงทุนระยะสั้นคือ การลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนในระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี แต่ก็มีสินทรัพย์หลายชนิดที่สามารถทำกำไรแบบวันต่อวันได้เช่นกันดังนี้
* ตราสารหนี้ระยะสั้น
* หุ้นกู้ระยะสั้น
* หุ้น (Day Trade)
* ซื้อขายใบจองอสังหาริมทรัพย์
* การลงทุนในค่าเงิน
* การลงทุนในค่าเงินดิจิตอล
ประโยชน์จากการลงทุนระยะสั้น
การลงทุนระยะสั้นเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูงในเวลาสั้น ทำให้นักลงทุนมีสภาพคล่องทางการเงินสูงกว่าการลงทุนระยะยาว
ความเสี่ยงจากการลงทุนระยะสั้น
การลงทุนระยะสั้นมีความผันผวนทางการเงินสูง ทำให้มีโอกาสในการขาดทุนที่สูง นักลงทุนจึงต้องศึกษา ติดตามปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และประเมินความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา
การลงทุนระยะยาวมีอะไรบ้าง
การลงทุนระยาวเป็นการลงทุนที่มีการวางแผนสร้างผลตอบแทนเพื่อบรรลุเป้าหมายในระยะยาว อย่างการซื้อทรัพย์สินที่มีราคาแพงหรือสะสมความมั่งคั่งสำหรับชีวิตเกษียณที่มีประสิทธิภาพ จึงต้องมีการวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบและลงทุนอย่างสม่ำเสมอเพื่อสะสมผลตอบแทนต่อเนื่อง สำหรับประเภทของการลงทุนระยะยาวมีดังนี้
* พันธบัตรรัฐบาล
* หุ้นกู้
* หุ้น
* อสังหาริมทรัพย์
* การลงทุนในของมีค่า
ประโยชน์จากการลงทุนระยะยาว
เนื่องด้วยเป็นการสะสมความมั่งคั่งในระยะยาว จึงทำให้ได้ผลตอบแทนมากกว่า อีกทั้งยังเสี่ยงขาดทุนน้อยกว่าการลงทุนระยะสั้น เพราะนักลงทุนให้ความสนใจกับผลตอบแทนสุดท้ายมากกว่าความผันผวนทางการเงินที่เกิดขึ้นในระหว่างลงทุน
ความเสี่ยงจากการลงทุนระยะยาว
สินทรัพย์ที่เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว ส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินที่ต้องใช้เวลาสะสมผลตอบแทนนาน จึงเหมาะสำหรับคนที่มีรายได้ประจำหรือคนที่มีเงินเก็บ
16/07/2023
การบริหารความมั่งคั่งผ่านการวางแผนทางการเงินช่วยให้มั่งคั่งได้อย่างไร ??
1. การสร้างความมั่งคั่ง (Wealth Creation)
- การควบคุมการใช้จ่าย โดยใช้บัญชีรับจ่ายงบดุลและงบประมาณเป็นตัวช่วย
-บริหารเงินสดเงินสำรองฉุกเฉิน
2. การปกป้องความมั่งคั่ง (Wealth Protection)
- การวางแผนประกัน ช่วยชดเชยไม่ให้ความมั่งคั่งลดลงจากการขาดรายได้หรือการใช้จ่ายจากเหตุไม่คาดฝันต่อ ชีวิต ร่างกาย สุขภาพ และทรัพย์สิน ของท่านและครอบครัว
- การวางแผนการเกษียณ ช่วยป้องกันความเสี่ยงที่จะไม่มีเงินใช้ดำรงชีพยามเกษียณ
3. การสะสมความมั่งคั่ง (Wealth Accumulation)
- วางแผนการลงทุน ช่วยเร่งความมั่งคั่งให้เพิ่มขี้น จากอัตราผลตอบแทนและกระแสเงินสดรับจากการลงทุน
- วางแผนภาษี ช่วยเพิ่มความมั่งคั่งจากการลดภาระภาษีที่จะต้องชำระ ซึ่งทำให้มีเงินออมมาลงทุนเพิ่มขึ้น
4. การส่งมอบความมั่งคั่ง (Wealth Distribution)
- การวางแผนมรดก เพื่อให้ทายาทได้รับการแบ่งมรดกตามวัตถุประสงค์สืบทอดและบริหารความมั่งคั่งต่อไป
Picture CR : www.set.or.th
16/07/2023
คำถามส่วนใหญ่ ร้อยละ 95 ของคนที่อยากลงทุน ที่เจอคือ ลงทุนหุ้นดีมั้ย หุ้นตัวไหนดี ตัวนี้ดีมั้ย ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งแรกที่นักลงทุนควรคิดถึงก่อนเลย คือวางแผนการจัดการ Asset Allocation
หลักการจะจัดพอร์ตโฟลิโอจะเปรียบเสมือนทีมฟุตบอล ซึ่งประกอบด้วย
1.กองหน้า เป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่หุ้น หรือกองทุนหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์
2.กองกลาง เป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงปานกลางได้แก่หุ้นกู้ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือสินทรัพย์ที่ให้กระแสเงินสดสม่ำเสมอเป็นหลัก
3.กองหลัง เป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำได้แก่ ทองคำเงินสด กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น เป็นต้น
CR : จัดทัพลงทุน ตอน รวยแบบอัตโนมัติ
ลงทุนหุ้นปันผล เปลี่ยนชีวิต
ส่งมอบความรู้ด้านการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ กองทุน และทุกๆ สินทรัพย์ รวมถึง การบริหารเงินส่วนบุคคล