29/09/2026
จะเปลี่ยนไปทิศทางไหนมาลุ้นกัน
ระบบสาธารณสุขไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจ ขณะที่ภาครัฐยังเป็นแหล่งเงินหลัก 80% ของทั้งระบบ
“ธีระพล อุดมเวศย์” นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่า หากโครงสร้างรายจ่ายยังไปในทิศทางปัจจุบัน ข้อจำกัดด้านการคลังจะเห็นชัดหลังปี 2573 และอาจนำไปสู่การปรับวิธีบริหารงบประมาณ
----------
⚫ ค่ารักษาโตเร็วกว่าเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ปี 2543-2566 ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของไทยเติบโตเฉลี่ย 7.6% ต่อปี ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในรูปตัวเงินเติบโตเฉลี่ย 5.8% ต่อปี ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพต่อ GDP เพิ่มจาก 3.08% เป็น 4.54% สะท้อนว่า ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า GDP อย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มยังมีโอกาสเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ประเมินว่า ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพปี 2566-2575 อาจเติบโตเฉลี่ย 4-5% ส่วนสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ประเมิน 6-7% ต่อปี
⚫ สูงวัยดัน “ผู้ป่วย-ต้นทุนรักษา” พุ่ง
“ธีระพล” กล่าวว่า แรงผลักดันที่สำคัญคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร โดยอายุ 60 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มเพิ่มจาก 17% ปี 2559 สู่ 29% ในปี 2575 ทำให้ความต้องการบริการทางการแพทย์มีแนวโน้มสูงขึ้น ความก้าวหน้าทางการแพทย์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาที่ดีพร้อมต้นทุนที่สูง
⚫ ภาครัฐแบกค่ารักษาเกือบ 80%
ประเด็นสำคัญคือภาครัฐยังเป็นผู้รับภาระหลัก โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ 78% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดมีสัดส่วนมากกว่า 70% อย่างต่อเนื่อง แม้ใกล้เคียงบางประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย แต่ประเทศเหล่านั้นมีฐานรายได้ภาษีสูงกว่า สามารถรองรับค่าใช้จ่ายได้
ปัจจุบันประชากรไทย 99.6% มีสิทธิรักษาพยาบาลภายใต้ระบบสุขภาพอย่างน้อยหนึ่งระบบ โดยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ครอบคลุม 47.5 ล้านคน มีงบประมาณปี 2569 ราว 2.65 แสนล้านบาท หรือ 5,585 บาทต่อคนต่อปี, ประกันสังคม ครอบคลุมราว 12 ล้านคน มีงบฯสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ 75,000-80,000 ล้านบาท หรือ 6,300-6,700 บาทต่อคนต่อปี และสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ 5 ล้านคน มีค่าใช้จ่าย 95,000-100,000 ล้านบาท หรือ 19,000-20,000 บาทต่อคนต่อปี
⚫ รายจ่ายสวัสดิการพุ่งเร็วกว่างบฯ
“ความครอบคลุมในระดับเกือบทั้งประเทศเป็นจุดแข็งของระบบสาธารณสุขไทย แต่อีกด้านเมื่อจำนวนผู้ใช้บริการและค่าใช้จ่ายต่อคนเพิ่มขึ้น ความยั่งยืนของแหล่งเงินก็มีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย”
ทั้งนี้ แรงกดดันเริ่มเห็นชัดในโครงสร้างงบประมาณ โดยรายจ่ายด้านสวัสดิการเพิ่มจาก 20% ของงบประมาณทั้งหมดในปี 2559 เป็น 30% ในปี 2569 ขณะที่งบประมาณของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการในปี 2560-2569 เติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี สูงกว่างบประมาณรัฐที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 2.6% ต่อปี
ความแตกต่างของการเติบโตจึงสำคัญ เพราะรายจ่ายบางประเภทโตเร็วกว่างบประมาณ ทำให้เหลือพื้นที่สำหรับภารกิจอื่นลดลง
“ทำให้เกิดภาวะเบียดบังคือ เมื่อรายจ่ายลดได้ยาก รัฐอาจต้องชะลอรายจ่ายด้านอื่น เพื่อให้งบประมาณยังอยู่ภายใต้กรอบที่กำหนด”
อ่านต่อที่ลิงก์ในคอมเมนต์