01/07/2026
ป้องกัน วางแผน
เตรียมตัว ให้มีคุณภาพชีวิตดี
ได้รับการรักษาที่ดีขึ้น
แม้ว่าเงินค่ารักษาจะเฟ้อขึ้นก็ตาม
ยินดีให้คำปรึกษา
Moss moneyCafe
ต้นทุนระบบสุขภาพไทยพุ่ง 122% ใน 12 ปี ! ผลกระทบที่จะมาถึงกระเป๋าตัง ‘คนไทยทุกคน’ | Money Buffalo
วันนี้ "ค่ารักษาพยาบาลของไทย" กำลังเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไป และมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องจากทั้งสังคมสูงวัย โรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการแพทย์ที่แพงขึ้น และคนที่ต้องรับภาระที่สุดคือ “พวกเรา” ที่อาจมาในรูปของเบี้ยประกันที่แพงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงขึ้น หรือทางเลือกในการรักษาที่น้อยลง
📌 ต้นทุนด้านสุขภาพของคนไทยสูงขึ้นจากหลายด้าน
1."ค่ารักษาพยาบาล" ของไทยกำลังแพงขึ้นเร็วมาก
ข้อมูลจากอุตสาหกรรมประกันระบุว่า เงินเฟ้อทางการแพทย์ของไทยอยู่ที่ประมาณ 10.8% ต่อปี สูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไปหลายเท่า
ตัวเลขนี้อาจดูเหมือนไม่มาก แต่ถ้าลองคิดแบบดอกเบี้ยทบต้น ค่ารักษา 100,000 บาทในวันนี้ อีก 10 ปีข้างหน้า อาจกลายเป็น 250,000-300,000 บาทได้ไม่ยาก
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว คนอายุ 60 ปีขึ้นไปมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน โรคหัวใจ และมะเร็ง ก็พบมากขึ้นกว่าที่เคย นั่นหมายความว่า คนเข้ารับการรักษามากขึ้น รักษานานขึ้น และใช้ทรัพยากรทางการแพทย์มากขึ้น
2.เบี้ยประกันสุขภาพกำลังสูงขึ้น
นอกจากค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นแล้ว คนไทยยังมีแนวโน้มต้องจ่าย "ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ" แพงขึ้นอีกด้วย สาเหตุเพราะบริษัทประกันต้องจ่ายค่าสินไหมมากขึ้นเรื่อย ๆ สะท้อนผ่านตัวเลข Loss Ratio ที่เพิ่มจากประมาณ 64% ในปี 2562 ไปแตะระดับใกล้ 90%
พูดง่าย ๆ คือ บริษัทเก็บเบี้ยมา 100 บาท แต่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลกลับออกไปแล้วเกือบ 90 บาท ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจอื่น ๆ
เมื่อแบกรับต้นทุนมากขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือ การทยอยขึ้นเบี้ยประกัน ปรับเงื่อนไขความคุ้มครอง หรือเปลี่ยนจากประกันแบบเหมาจ่ายไปเป็น Copayment เพื่อให้ผู้เอาประกันร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น
ทั้งหมดนี้กำลังสะท้อนสิ่งเดียวกัน คือ "ต้นทุนสุขภาพของประเทศไทย" กำลังแพงขึ้นทั้งระบบ
📌 ต้นทุนที่แพงขึ้นกำลังถูกส่งต่อมาถึงคนไทยทุกคนในรูปแบบต่าง ๆ
1. ประกันสุขภาพอาจกลายเป็น "ของคนมีรายได้สูง"
เมื่อเบี้ยแพงขึ้นทุกปี คนรายได้ปานกลางจำนวนมากอาจเริ่มรู้สึกว่า "ไม่คุ้มที่จะต่อ" จากเดิมที่ประกันสุขภาพเคยเป็นเครื่องมือช่วยลดความเสี่ยง วันหนึ่งอาจกลายเป็นสินค้าที่เฉพาะคนมีกำลังซื้อเท่านั้นที่เข้าถึงได้ คนที่เคยมีตัวเลือกโรงพยาบาลเอกชน ก็อาจต้องกลับไปพึ่งโรงพยาบาลรัฐมากขึ้น
2. โรงพยาบาลรัฐอาจยิ่งแออัดกว่าเดิม
เมื่อคนเริ่มซื้อประกันน้อยลง หรือเลือกวงเงินต่ำลง เวลาป่วยหนัก คนจำนวนมากก็จะกลับเข้าสู่ระบบโรงพยาบาลรัฐ แม้โรงพยาบาลรัฐจะมีคุณภาพ แต่หากจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่อาจตามมาคือ คิวรอนานขึ้น เตียงไม่เพียงพอ บุคลากรทางการแพทย์ทำงานหนักขึ้น สุดท้ายคนไข้ทุกคนก็ได้รับผลกระทบ
3. คนชั้นกลางอาจเป็นกลุ่มที่ "เสียทางเลือก" มากที่สุด
คนไทยส่วนใหญ่ยังมีสิทธิรักษาผ่านบัตรทอง ประกันสังคม หรือสวัสดิการต่าง ๆ อยู่เหมือนเดิม แต่ที่ผ่านมา คนชั้นกลางจำนวนไม่น้อยเลือกซื้อประกันสุขภาพเพิ่ม เพื่อให้เข้าถึงโรงพยาบาลเอกชนได้เร็วขึ้น สะดวกขึ้น และมีทางเลือกในการรักษามากขึ้น
แต่เมื่อเบี้ยประกันแพงขึ้น และเงื่อนไขเข้มงวดขึ้น คนกลุ่มนี้อาจเริ่มรู้สึกว่า "จ่ายไม่ไหว" หรือ "ไม่คุ้มที่จะต่อ" สุดท้ายจึงไม่ใช่แค่ต้องจ่ายแพงขึ้น แต่คือการมี "ทางเลือกในการรักษา" น้อยลง จากที่เคยเลือกได้ว่าจะรักษาที่ไหน ก็อาจต้องกลับไปพึ่งระบบสาธารณสุขเป็นหลักมากขึ้น
วันนี้สิ่งที่น่ากังวล อาจไม่ใช่แค่ค่ารักษาพยาบาลหรือเบี้ยประกันที่แพงขึ้น แต่คือคำถามว่า อีก 10 ปีข้างหน้า คนไทยจะยังเข้าถึงการรักษาที่ดีได้เหมือนเดิมหรือไม่
เพราะถ้าต้นทุนสุขภาพยังเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ของประชาชน สิ่งที่แพงขึ้นอาจไม่ใช่แค่ "ค่ารักษา" แต่คือ "โอกาสในการเข้าถึงการรักษา" ของคนธรรมดาทั้งประเทศ
#สนุกง่ายได้ประโยชน์ #ประกันสุขภาพ #ประกันเหมาจ่าย #ค่ารักษาพยาบาล #ระบบสุขภาพไทย