แอดสรุป JUM+ มาให้ครับ
โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (Listed Company Growth Enabling Program) ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่ตลาดทุนไทยและบริษัทจดทะเบียนมีความน่าสนใจลดลงอย่างต่อเนื่อง
ความท้าทายของตลาดทุนไทย:
•
การลดลงของ Positioning ตลาดทุนไทยเมื่อเทียบกับภูมิภาค: ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตำแหน่งของตลาดทุนไทยลดลงทั้งในแง่ของสภาพคล่อง (Liquidity), มูลค่าตลาด (Market Capitalization) และการระดมทุน IPO
•
ความน่าสนใจของบริษัทจดทะเบียนลดลง: เห็นได้จากกำไรสุทธิ (Net Profit), อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร (Profitability Ratio), ROE (Return on Equity), EPS (Earnings Per Share) และ Price to Book (P/BV) ที่ลดลง
◦
ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนลดลง ส่งผลให้ ROE เฉลี่ยลดลงอย่างต่อเนื่องในระยะ 20 ปี
◦
ในปี 2567 มีบริษัทจดทะเบียนเพียง 391 บริษัทจาก 794 บริษัทที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีเพียง 86 บริษัทที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น
◦
Valuation ของหุ้นไทยอยู่ในระดับต่ำและมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีบริษัทจดทะเบียนกว่า 60% ที่มี P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า สะท้อนความไม่เชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโต
วัตถุประสงค์ของโครงการ: โครงการนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าองค์กร (Corporate Value) ของบริษัทจดทะเบียน โดยมีเป้าหมายหลักในการ:
•
Growth (การเติบโต): เน้นบริษัทที่มีศักยภาพและความมุ่งมั่นในการดำเนินงานตามแผนการเติบโต
•
Visibility (การมองเห็น): ส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลแผนงาน ผลการดำเนินงาน และการสื่อสารกับผู้ลงทุน
•
Incentive (แรงจูงใจ): สนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทในด้านต่างๆ
รายละเอียดโครงการ JUMP+: โครงการนี้คล้ายคลึงกับโครงการ Corporate Value-Up ในตลาดหลักทรัพย์ภูมิภาค เช่น เกาหลีใต้ ที่มุ่งแก้ไขปัญหา P/B ต่ำและธรรมาภิบาลอ่อนแอ เพื่อยกระดับมูลค่าบริษัท เพิ่ม ROE, PBV และผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
•
คุณสมบัติในการเข้าร่วมโครงการ:
◦
เป็นบริษัทจดทะเบียนใน SET และ mai
◦
ไม่ถูกขึ้นเครื่องหมาย (CB, CS, CC, CF, NP, SP) และไม่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน
◦
ไม่ถูกสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษภายใน 5 ปีก่อนวันสมัคร
◦
การสมัคร, การจัดทำแผน JUMP+ และการรายงานความคืบหน้า ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท
•
แผน JUMP+ (แผน 3 ปี: 2569 – 2571): ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก:
1.
แผนการเติบโตบริษัท (Value Creation): กำหนดเป้าหมายกำไรสุทธิปี 2571 และแผนงานสนับสนุนด้าน Business Growth, Profitability/Efficiency และ Financial Stability
2.
แผนการยกระดับธรรมาภิบาล (Corporate Governance): แผนงานด้านคณะกรรมการ, แผนงานด้าน CG Code และแผนงานการจัดการความเสี่ยงองค์กร บริษัทที่เข้าร่วมต้องได้รับ CGR 3 ดาวขึ้นไปในการประเมิน CGR ปี 2570 และ 2571
3.
แผนการจัดการก๊าซเรือนกระจก (Climate Action): เป็นทางเลือก (Optional) ประกอบด้วยแผนการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก (GHG Inventory) และแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization)
▪
หากบริษัทจัดทำแผน Climate Action และมีคะแนน CGR มากกว่า 90 คะแนน จะถือว่าบริษัทจัดทำแผน Corporate Value Up ของ ก.ล.ต. ด้วยโดยอัตโนมัติ (และอยู่ในรายชื่อ Thai ESG list)
•
การรายงานความคืบหน้าและการสื่อสารกับผู้ลงทุน:
◦
รายงานความคืบหน้าตามรอบบัญชี (Milestone รายไตรมาส, Full Report รายปี) และตามเหตุการณ์ (เมื่อถึงกำหนด Milestone หรือเมื่อมีการปรับเปลี่ยนแผนงาน)
◦
สื่อสารกับผู้ลงทุนผ่านกิจกรรม Opp Day, JUMP+ Corporate Day, Corporate Roadshow และ Media Program ในรูปแบบต่างๆ
•
การสนับสนุนบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ:
◦
เงินทุนสนับสนุนจาก CMDF: สูงสุด 5,000,000 บาทสำหรับการจัดทำแผนงาน และเงินรางวัลสูงสุด 500,000 บาทสำหรับบริษัทที่สร้างการเติบโตได้ตามเงื่อนไข
◦
การเสริมสร้างองค์ความรู้: บริการที่ปรึกษา (Advisory Pool), หลักสูตรอบรม, Workshop
◦
การเพิ่ม Corporate Visibility: บทวิเคราะห์ ‘Analyst View บนแผน JUMP+’ ร่วมกับสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน, กิจกรรม JUMP+ Corporate Day, Corporate Roadshow และรางวัล JUMP+ Awards
◦
เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินเบื้องต้น (Preliminary Analysis Tool)
กิจกรรมสำคัญ:
•
JUMP+ Activation Day: Blueprint to Breakthrough จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2568 ณ หอประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ กิจกรรมนี้จะครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น Blueprint for Growth, Blueprint of Trust, The Sustainable Blueprint และ Blueprint for Digital Breakthrough
•
มีการจัดสัมมนา Orientation Day เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดทำแผน JUMP+, การสื่อสารกับผู้ลงทุน, การใช้งานระบบ และรายละเอียดเงินทุนสนับสนุนจาก CMDF
Signature Group Accounting & audit service
รับจัดทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี ที่ปรึก?
26/06/2025
https://www.youtube.com/watch?v=3cr_HctTFzc
คลิปวิดีโอปกล่าวเปิดโครงการประกาศนียบัตรนักบัญชีภาษีอากร (Certificate of Tax Accountant - CTA) รุ่นที่ 5 เผื่อ อนาคต มีอาชีพใหม่ครับ
•
ก่อตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547.
•
มีบทบาทในการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา และกำกับดูแลผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี เพื่อให้การปฏิบัติงานถูกต้อง มีจรรยาบรรณ มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล.
•
วิสัยทัศน์คือการเสริมสร้างและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีให้เป็นมืออาชีพ ร่วมสมัย เป็นสากล และมีจรรยาบรรณ.
•
ดำเนินงานโดยยึดหลัก 5 ข้อ: Quality (มีคุณภาพ), Trust (น่าเชื่อถือ), Integrity (สุจริต), Transparency (โปร่งใส), Independence (เป็นอิสระ).
•
ส่งเสริมการศึกษา อบรม และวิจัยด้านวิชาชีพบัญชี.
•
กำหนดมาตรฐานการรายงานทางการเงิน การสอบบัญชี และมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง.
•
เผยแพร่ความรู้ด้านการบัญชีต่าง ๆ เช่น การทำบัญชี การสอบบัญชี การบัญชีบริหาร การวางระบบบัญชี การบัญชีภาษีอากร.
•
ควบคุมการปฏิบัติงานและดำเนินการแก้ไขหากมีการละเมิดจรรยาบรรณ.
•
มุ่งมั่นพัฒนาวิชาชีพบัญชีของประเทศไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศ.
โครงการประกาศนียบัตรนักบัญชีภาษีอากร (CTA) รุ่นที่ 5:
•
หลักสูตร CTA เป็นหนึ่งในหลักสูตรที่น่าสนใจที่สุดในปีนี้.
•
นายอนันต์ สิริแสงทักษิณ เลขาธิการสภาวิชาชีพบัญชีฯ และอดีตประธานคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการบัญชีภาษีอากร เป็นผู้ริเริ่มและผลักดันโครงการนี้.
•
พระราชบัญญัติสภาวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 กำหนดให้การบัญชีภาษีอากรเป็น 1 ใน 6 สาขาของวิชาชีพบัญชี.
•
มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา ยกระดับ และเพิ่มการยอมรับในวิชาชีพนี้.
•
มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศชาติ โดยการสร้างนักบัญชีภาษีอากรที่มีความสามารถและประสบการณ์ เพื่อช่วยให้ประเทศมีรายได้ภาษีที่ถูกต้องและเหมาะสม.
•
ได้รับความอนุเคราะห์จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศหลายท่าน.
•
เกณฑ์การรับประกาศนียบัตรและการขึ้นทะเบียน CTA:
◦
เข้าอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาอบรมทั้งหมด (รวม 20 วัน จาก 25 วัน หรือ 120 ชั่วโมง จาก 150 ชั่วโมง).
◦
ผ่านการทดสอบแบบผสมผสานตามเกณฑ์ที่กำหนดไม่น้อยกว่าร้อยละ 60.
ทำความรู้จักนักบัญชีภาษีอากรและบทบาท CTA มืออาชีพ:
•
"มืออาชีพ" หมายถึง ผู้ที่ รู้ปัญหา รู้สาเหตุของปัญหา กำหนดเป้าหมายได้ชัดเจน และ รู้ถึงวิธีการแก้ปัญหา รวมถึงวิธีการป้องกันปัญหา.
•
นักบัญชีภาษีอากรจะเน้นมองปัญหาภาษีอากร ณ ปัจจุบัน (present).
•
ปัญหาภาษีอากรในอดีตมักเกิดจากการปฏิบัติทางภาษีที่ไม่ถูกต้อง หรือ "รู้ไม่จริง" ซึ่งกฎหมายไม่อนุญาตให้อ้างว่าไม่รู้.
•
ประวัติระบบภาษีไทย:
◦
ภาษีมีมาตั้งแต่สมัยพ่อขุน (สุโขทัย).
◦
ภาษีสมัยใหม่ฉบับแรกคือ พ.ร.บ. ภาษีเงินเดือน ปี 2475.
◦
พ.ร.บ. ภาษีเงินได้ ปี 2475 (เริ่มใช้ 2476) ในช่วงแรกเก็บภาษีจากดอกเบี้ยและเงินปันผลที่จ่ายให้ผู้ถือหุ้น.
◦
สหรัฐอเมริกาเริ่มเก็บภาษีบนฐานกำไรสุทธิในปี 2480.
◦
ประเทศไทยเริ่มใช้ "กำไรสุทธิ" เป็นฐานในการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2494. วันนี้จึงถูกผลักดันให้เป็น "วันนักบัญชีภาษีไทย".
◦
หลังการแก้ไขกฎหมายนี้ จึงเกิดวิชา "การบัญชีภาษีอากร" ขึ้นในประเทศไทย.
•
ความแตกต่างระหว่างการบัญชีและภาษี (กรอบการบัญชีภาษีอากร):
◦
การบัญชีภาษีอากรคือ การปรับปรุงกำไรสุทธิทางบัญชีให้เป็นกำไรสุทธิทางภาษี.
◦
แม้หลักเกณฑ์ส่วนใหญ่จะเหมือนกัน แต่ความแตกต่างเกิดขึ้นในบางเรื่อง เช่น รายจ่ายต้องห้าม ซึ่งกฎหมายกำหนดขึ้นเพื่อป้องกันการลดกำไรและเพื่อให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้.
◦
ความแตกต่างนี้แบ่งเป็นความแตกต่างถาวรและความแตกต่างชั่วคราว.
◦
การตีความกฎหมายภาษีต้องเคร่งครัดและตั้งใจอ่านทุกถ้อยคำ เนื่องจากทุกอย่างที่บัญญัติขึ้นนั้นล้วนเป็นความตั้งใจ.
•
ความซ้ำซ้อนทางภาษี:
◦
ความซ้ำซ้อนเชิงเศรษฐกิจ (Economic double taxation): รัฐเก็บภาษีบนกำไรของบริษัทแล้วยังเก็บภาษีบนเงินปันผลที่จ่ายให้ผู้ถือหุ้นอีก (มีกลไกตาม ม.47 ทวิ).
◦
การเก็บภาษีจากห้างหุ้นส่วนและจากส่วนแบ่งกำไรของผู้เป็นหุ้นส่วนบุคคลธรรมดา ถือเป็นความซ้ำซ้อนเชิงเศรษฐกิจที่ไม่มีกลไกขจัดความซ้ำซ้อน และถูกมองว่า ไม่เป็นธรรม ขัดเจตนารมณ์ของประมวลรัษฎากร. (ยกเว้น 2 กรณี: ห้างหุ้นส่วนที่ได้ดอกเบี้ยเงินฝากครอบครัว และห้างหุ้นส่วนที่ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมรดก).
•
ประเด็นภาษีอื่น ๆ ที่ซับซ้อน:
◦
มาตรา 40(4)(ข) ที่ระบุให้เงินปันผลของบุตรผู้เยาว์ถือเป็นของบิดามารดา แม้มาตรา 75 (เรื่องการนับหุ้นบุตรผู้เยาว์รวมกับบิดา) จะถูกยกเลิกไปแล้วตั้งแต่ปี 2525 ซึ่งสภาวิชาชีพบัญชีฯ ได้ทำหนังสือถึงกรมสรรพากรเพื่อขอให้แก้ไข.
◦
การจัดการเงินได้ของผู้เยาว์เมื่อบรรลุนิติภาวะ ต้องพิจารณาตามช่วงเวลาการได้รับเงินได้และสถานะทางกฎหมาย.
•
ระบบศาลภาษี:
◦
คดีภาษีอากรอยู่ในศาลชำนัญพิเศษ โดยจะไปจบที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ (ไม่ขึ้นศาลฎีกาโดยตรง).
◦
นักบัญชีภาษีอากรต้องเข้าใจเรื่อง คำสั่งทางปกครอง ซึ่งแตกต่างจากการประเมินภาษี (เช่น คำสั่งไม่คืนภาษี) และมีระยะเวลาอุทธรณ์ 15 วันไปยังปลัดกระทรวงการคลัง. ปัจจุบันศาลภาษีรับพิจารณาคดีคำสั่งทางปกครองและคดีอาญาด้วย.
•
ความมุ่งหมายของนักบัญชีภาษีอากร คือ "ความถูกต้อง" (Truth/Accuracy):
◦
ความถูกต้องในเม็ดเงินภาษี ต้องตั้งอยู่บนฐานภาษีและอัตราภาษีที่ถูกต้อง.
◦
ความถูกต้องในหน้าที่ทางภาษี.
◦
การทำให้ความถูกต้องปรากฏในปัจจุบัน จะช่วยแก้ไขปัญหาในอดีตได้.
◦
การยกเลิกและออกใบกำกับภาษีใหม่ (Cancel and Reissue) ตาม ป.86 ข้อ 25 มีเป้าหมายเพื่อให้ใช้ใบกำกับภาษีฉบับถูกต้อง (ยกเลิกแค่ต้นฉบับ ไม่ใช่ทั้งรายการ).
◦
ความถูกต้องสมบูรณ์สูงสุดคือการปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข อัตรา และกำหนดเวลา อย่างครบถ้วนและรอบคอบ.
◦
เมื่อทำถูกต้องครบถ้วน จะทำให้ อำนาจเจ้าพนักงานประเมินลดลง และไม่เกิดเบี้ยปรับเงินเพิ่ม.
◦
นักบัญชีภาษีอากรมีบทบาทสำคัญในการช่วยรัฐจัดเก็บภาษี โดยการสร้างความถูกต้อง.
◦
กรมสรรพากรยึดหลัก "Service Mind" คือการให้บริการที่ดีแก่ประชาชน เพราะเงินภาษีเป็นของประชาชนทุกคน.
นิยามและคุณสมบัติของนักบัญชีภาษีอากร:
•
นิยาม: การปรับปรุงกำไรสุทธิทางบัญชีให้เป็นกำไรสุทธิทางภาษี รวมถึงการจัดทำเอกสารหลักฐาน และปฏิบัติหน้าที่ทางภาษีทุกประเภท. (นิยามนี้เป็นเกณฑ์ในการนับชั่วโมงอบรมบัญชีภาษีอากรเป็น "ชั่วโมงบัญชี").
•
คุณสมบัติเบื้องต้น:
◦
จบปริญญาตรีสาขาบัญชี.
◦
มีความเข้าใจเรื่องการบัญชีภาษีอากร.
◦
อายุอย่างน้อย 20 ปีบริบูรณ์ (อาจมีข้อยกเว้นสำหรับผู้มีอัจฉริยะ).
◦
สัญชาติไทย หรือสัญชาติอื่นที่ได้รับการรับรองเป็นผู้สอบบัญชีในประเทศนั้น.
◦
มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่เคยต้องโทษ ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือถูกสั่งพัก/เพิกถอนใบอนุญาต.
◦
ต้องผ่านการทดสอบ (ในอนาคตจะมีการรับรองอย่างเป็นทางการเหมือน CPA).
ผู้บรรยายเน้นย้ำว่าผู้เข้าอบรมควรศึกษาจากตำราและกฎหมายด้วยตนเอง ไม่ควรเชื่อวิทยากรทั้งหมดโดยไม่ตรวจสอบ
งานเปิดโครงการประกาศนียบัตรนักบัญชีภาษีอากร และการบรรยายพิเศษ หลักสูตร CTA รุ่นที่ 5 📣📣งานเปิดโครงการประกาศนียบัตรนักบัญชีภาษีอากร และการบรรยายพิเศษ “ทำความรู้จักนักบัญชีภาษีอากร”และ “บท....
https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/taxaudit/vp/tax_Dimention/manualIncome.pdf ของใหม่จากสรรพากร
28/11/2023
การบัญชีภาษีอากร/ความต่างบัญชี vs ภาษี การบัญชีภาษีอากร/ความต่างบัญชี vs ภาษี
28/11/2023
สรุปความแตกต่างหลักการทางบัญชีกับหลักการทางภาษี สาหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ
https://www.tfac.or.th/en/Article/Detail/148856?fbclid=IwAR3hYpzAWKOPRLT_nO2DOEfMDZoxj-gWRVm8aBmTH3Re4ExPudCysGtixos
การบัญชีภาษีอากร/ความต่างบัญชี vs ภาษี การบัญชีภาษีอากร/ความต่างบัญชี vs ภาษี
ที่ตั้ง
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Chaiyo Buiding
Bangkok
10310
เวลาทำการ
| จันทร์ | 09:00 - 19:00 |
| อังคาร | 09:00 - 19:00 |
| พุธ | 09:00 - 19:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 19:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 19:00 |
| เสาร์ | 09:00 - 19:00 |