02/10/2026
ความมหัศจรรย์ของกล้องตัวละ 3 แสนบาท
บทเรียนจาก Leica กับการเอาตัวรอดท่ามกลางอุตสาหกรรมกล้องที่ถดถอย
ขณะที่ภาคการผลิตในยุโรปกำลังเผชิญวิกฤตถดถอยจากต้นทุนที่สูงขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรงจากจีน Leica (ไลก้า) แบรนด์กล้องถ่ายรูปสัญชาติเยอรมนีที่มีอายุมากกว่าศตวรรษ กลับทำรายได้ทำสถิติสูงสุด 4 ใน 5 ปีที่ผ่านมา โดยใช้กลยุทธ์ทำกล้องคลาสสิกเน้นงานฝีมือและกุมตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลการถ่ายภาพอนาล็อก
- การพลิกฟื้นจากผลกระทบยุคดิจิทัล
จุดเปลี่ยนปี 2004 โดย Andreas Kaufmann ใช้เงินมรดกจากธุรกิจกระดาษและบรรจุภัณฑ์ของครอบครัวกว้านซื้อหุ้น Leica ในช่วงที่บริษัทกำลังขาดทุนหนักและปรับตัวตามเทคโนโลยีดิจิทัลไม่ทัน
การเปิดตัว Leica M8 ในปี 2006 โดย Kaufmann ดึงทีมบริหารใหม่และหาเซนเซอร์ดิจิทัลที่มีขนาดเล็กพอสำหรับกล้องเรนจ์ไฟน์เดอร์ จนเปิดตัว M8 ได้สำเร็จ พลิกฟื้นฟื้นบริษัทจากการเกือบละลาย จนปัจจุบันยอดขายกล้องดิจิทัลคิดเป็น 80% ของทั้งหมดหรือมีรายได้รวมราว 650 ล้านดอลลาร์
- ฐานการผลิตแบบ Dual-Base และงานฝีมือสู่การผลิต
เยอรมนี โดยโรงงาน Wetzlar เป็นศูนย์กลางการประกอบกล้องรุ่นแฟลกชิป (M-Series) ด้วยงานทำมือล้วนๆ โดยผลิตได้เพียง 45 เครื่องต่อวัน ส่งผลให้กล้องมีราคาสูง เช่น รุ่นดิจิทัล M11 ราคาเกิน $10,000 หรือราว 330,000 บาท และรุ่นฟิล์ม M6 ราคา $7,000
โปรตุเกสเป็นฐานการผลิตเพื่อลดต้นทุน โดย Leica เปิดโรงงานในโปรตุเกสเมื่อ 53 ปีก่อน เพื่อผลิตชิ้นส่วนขนาดใหญ่และกล้องส่องทางไกล ซึ่งใช้ระบบอัตโนมัติมากกว่า และมีต้นทุนค่าแรงเพียง 1 ใน 3 ของเยอรมนี ช่วยให้บริษัทรักษาฐานการผลิตในยุโรปไว้ได้
- การควบคุมการขายและเจาะตลาดมือสอง
ควลคุมช่องทางขายเองร่วม 50% โดยเปิดร้าน Leica Store พร้อมแกลเลอรีมากกว่า 120 แห่งทั่วโลก ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาดีลเลอร์และควบคุมภาพลักษณ์แบรนด์หรูได้เต็มที่
การทำเงินจากตลาดมือสองผ่านการสร้างร้านประมูลของตัวเองและขายกล้องแบบบูรณะ Refurbished ในร้าน โดยล่าสุดงานประมูลกล้องรุ่น M-A ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทำราคาได้สูงถึง 7.5 ล้านดอลลาร์
- ประเด็นเรื่องความท้าทายด้านสงคราวการค้าจากจีน และยุค AI
การขยายสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยรุกตลาดโปรเจกเตอร์บ้านผ่านการร่วมมือกับ Hisense และเจาะตลาดสมาร์ตโฟน Leitzphone ผ่านการร่วมมือกับ Xiaomi รวมถึงการจับมือกับ Gpixel ของจีนเพื่อพัฒนาเซนเซอร์ของตัวเอง
ลุ้นผลประกอบการกับผู้บริหารคนใหม่ชื่อ Andreas Voll ซึ่งเป็น CEO คนใหม่ ที่มุ่งขยายไลน์สินค้าไปที่กลุ่มวิดีโอและทำกล้องรุ่นราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นเพื่อจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ท่ามกลางความท้าทายจากสงครามการค้า ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ และเทคโนโลยีภาพสังเคราะห์จาก AI
- ในโลกที่สินค้าเน้นการผลิตจำนวนมากถูกทดแทนได้ง่าย การวางตำแหน่งแบรนด์ให้กลายเป็น งานศิลปะที่ให้คุณค่าเชิงอารมณ์และความประณีตคือเกราะป้องกันการถูกดิสรัปต์ที่ดีที่สุด เพราะผู้คนยอมจ่ายแพงให้กับอัตลักษณ์และสุนทรียภาพที่หาไม่ได้จากสินค้าทั่วไป
อ้างอิง
https://www.wsj.com/business/retail/these-10-000-cameras-are-a-rare-european-manufacturing-success-d91cf324?st=veSpiU
#กล้องไลก้า #กลยุทธ์ธุรกิจ #ข่าวต่างประเทศ #ธุรกิจยุโรป #การบริหารจัดการ