ประกันสะสมทรัพย์...อย่าเพิ่งยี้! เพราะข้อดีก็ยังมีอยู่
ช่วงนี้หลายคนบอกว่า "ประกันสะสมทรัพย์ไม่คุ้ม" แต่ในความเป็นจริง ผลิตภัณฑ์ทางการเงินทุกอย่างมีข้อดีและเหมาะกับคนที่มีเป้าหมายต่างกัน
สำหรับประกันสะสมทรัพย์ ข้อดีที่หลายคนอาจมองข้าม คือ
✅ เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการลดหย่อนภาษี
✅ เหมาะกับคนที่ไม่ได้ต้องการทุนประกันชีวิตก้อนใหญ่ แต่ต้องการ "ที่เก็บเงิน" พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี
✅ หลายแบบมีระยะเวลารับเงินคืนหรือคืนทุนค่อนข้างเร็ว (ขึ้นอยู่กับแบบประกัน)
✅ ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
หากคุณมองหาผลตอบแทนจากการลงทุน การลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น เช่น กองทุนรวม หุ้น หรือ ETF อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เพราะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า แม้จะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
แต่หากคุณกำลังมองหาเครื่องมือสำหรับลดหย่อนภาษี ที่มีโครงสร้างชัดเจน และในกรณีจำเป็นต้องใช้เงิน การบริหารจัดการกรมธรรม์ในหลายกรณีอาจทำได้สะดวกกว่าการลงทุนผ่านกองทุนลดหย่อนภาษี (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์และกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้อง)
สุดท้ายแล้ว ไม่มีผลิตภัณฑ์ไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน
มีแต่ผลิตภัณฑ์ที่ เหมาะกับเป้าหมาย สภาพคล่อง และแผนภาษีของแต่ละคน
Wealth Craft
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Wealth Craft, ที่ปรึกษาทางการเงิน, Bangkok.
เทียบผลตอบแทนสุทธิ (ภาษี + อัตราแลกเปลี่ยน)
ลงทุนตรง ETF VS ลงผ่านกองทุนรวม
#วางแผนการเงิน
#วางแผนภาษี
01/05/2026
กนง. มติเอกฉันท์คงดอกเบี้ย 1% แล้วยังไง
เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำกว่าคาดการณ์
กนง. คือใคร?
คือคณะกรรมการภายใต้ธนาคารแห่งประเทศไทยที่ทำหน้าที่ "กุมบังเหียนทิศทางเงิน" โดยใช้ "ดอกเบี้ยนโยบาย" เป็นเครื่องมือหลักเพื่อรักษาเสถียรภาพ 3 ด้าน:
1. คุมเงินเฟ้อ : ให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย 1-3%
2. ประคอง GDP : รักษาจังหวะการเติบโตไม่ให้ซบเซาจนเกินไป
3. รักษาเสถียรภาพการเงิน : ป้องกันการก่อหนี้เกินตัวในระบบ
โดยมติการปรับ "ขึ้น" "ลง" หรือ "คง" ดอกเบี้ยของ กนง. ในแต่ละครั้ง จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงิน และเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทาง "ค่าเงิน" ของประเทศ ซึ่งจะส่งผ่านผลกระทบเป็นโดมิโนไปยังภาคส่วนต่างๆ
ดอกเบี้ย - เงินเฟ้อ - ค่าเงิน - ตัวเรา สัมพันธ์กันอย่างไร
1. อัตราเงินเฟ้อ : "โจรเงียบ" ที่ลดอำนาจซื้อ
เงินเฟ้อคือสภาวะที่ราคาสินค้าแพงขึ้น หรือเงินมูลค่าเท่าเดิมแต่ซื้อของได้น้อยลง เช่น เงิน 1 ล้านบาท หากเงินเฟ้อ 3% ผ่านไปหนึ่งปีอำนาจซื้อจะเหลือเพียง 970,000 บาท ความมั่งคั่งของคุณจะลดลงทันทีถ้าผลตอบแทนการลงทุนชนะเงินเฟ้อไม่ได้
2. ดอกเบี้ยนโยบาย : "เครื่องมือแตะเบรก"
เมื่อเงินเฟ้อพุ่งสูง: กนง. จะ "ขึ้นดอกเบี้ย" เพื่อดึงเงินออกจากระบบ คนจะอยากออมมากขึ้นและกู้น้อยลง ช่วยลดความร้อนแรงของราคาสินค้า
เมื่อเศรษฐกิจซบเซา: กนง. จะ "ลดดอกเบี้ย" เพื่อกระตุ้นให้คนนำเงินออกมาใช้จ่ายและลงทุน
3. ค่าเงินบาท : "ผลลัพธ์จากการเคลื่อนย้ายเงิน" เพราะดอกเบี้ยเป็นตัวกำหนดแรงจูงใจของนักลงทุนต่างชาติ
บาทแข็ง: เกิดจากคนแห่มาถือเงินบาทเพื่อรับดอกเบี้ยที่สูงกว่าที่อื่น (เราซื้อ iPhone/น้ำมัน ถูกลง แต่ผู้ส่งออกขายของได้กำไรน้อยลง)
บาทอ่อน: เกิดจากเงินไหลออกไปหาผลตอบแทนที่อื่นที่สูงกว่า (ส่งออกยิ้มได้ แต่สินค้านำเข้าแพงขึ้น)
ทำไมต้อง "คง" ดอกเบี้ยที่ 1%?
มติเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำ (1%) ในครั้งนี้ สะท้อนว่า กนง. กำลังให้น้ำหนักกับการ "ประคองเศรษฐกิจ" มากกว่าการสกัดเงินเฟ้อ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ:
1. กระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุน : ดอกเบี้ยต่ำต้นทุนทางการเงินของทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจไม่สูงมากนัก จะเกิดแรงจูงใจให้เกิดการบริโภคและการลงทุนขยายกิจการ
2. ประคองกำลังซื้อภาคครัวเรือน : ในภาวะที่หนี้ครัวเรือนสูง การไม่ขึ้นดอกเบี้ยช่วยแบ่งเบาภาระค่างวดผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ไม่ให้ซ้ำเติมปัญหาสภาพคล่องของประชาชน
3. พยุง GDP ไม่ให้ทรุดตัว : GDP คือตัวเลขที่บอกว่า ประเทศเราผลิตอะไรออกมาได้เยอะขนาดไหน และขายได้เงินรวมเท่าไหร่ จากข้อ 1 และข้อ 2 ย่อมส่งผลต่ออัตราการเติบโตของ GDP ท่ามกลางภาวเศรษฐกิจชะลอตัว (คาดการณ์ GDP ปี 2569 โตเพียง 1.5%) ดอกเบี้ยต่ำคือเครื่องมือสำคัญในการประคองจังหวะการเติบโตไม่ให้ถดถอยไปมากกว่านี้
เลือกลงทุนอย่างไรในช่วงเศรษฐกิจไทยชลอตัว
1. สินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำและให้รายได้สม่ำเสมอ : พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้ภาคเอกชนคุณภาพดี เป็นที่พักเงินที่ดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอและรักษาสภาพคล่องเพื่อรอจังหวะใหม่
2. สินทรัพย์ปลอดภัย : ทองคำ เพื่อประกันความเสี่ยงจากการถดถอยของค่าเงิน และความตึงเครียดของสงคราม
3. สินทรัพย์ที่ต้องใช้ความระมัดระวังและมองการณ์ไกล : ตลาดหุ้นไทยอาจยังคงชะลอตัว เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นต่างประเทศอื่นๆ ที่ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้จะมีความหวังจากปัจจัยพื้นฐานใหม่ๆ ในอนาคตอย่างการเป็นศูนย์กลาง Data Center หรือ Hospitality Hub
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาการลงทุนในระยะยาว ตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันมีระดับ มูลค่าที่ค่อนข้างต่ำมาก นักลงทุนจึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง "ค่าเสียโอกาส" ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเทียบกับการไปลงทุนในตลาดที่เติบโตทันที กับการ "เข้าซื้อของถูก" เพื่อสะสมรอวันฟื้นตัวในอนาคต ซึ่งเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีความอดทนและต้องการชนะเงินเฟ้อในระยะยาว
17/05/2025
พบกัน 3 ทุ่ม เสาร์ที่ 17 พฤษภาคม 2568
กองทุน TESGX รองรับการครบกำหนดของ LTF ทว่าใครหลายคนเจ็บตัวกับ LTF แล้วกับกองใหม่น่าสนแค่ไหน ชวนคุยกับนักวางแผนการเงิน ในมุมของคนทำงานควรวางเงินตัวเองยังไงดี
คุยกับ คุณฮั้ว ณฐมน ติวะสุระเดช
นักวางแผนการเงินอิสระ
ดำเนินรายการโดย
Tukta
A
#บ้านเมืองเราต้องดีกว่านี้
#วางแผนการเงิน
กองทุน TESGX ไปต่อหรือพอดี | จัตุรัสประชาชน บ้านเมืองเราต้องดกีว่านี้ พบกัน 3 ทุ่ม เสาร์ที่ 17 พฤษภาคม 2568กองุทน TESGX รองรับการครบกำหนดของ LTF ทว่าใครหลายคนเจ็บตัวกับ LTF แล้วกับกองใหม่น่า...
อีกแค่ 2 เดือน กับการวางแผนการเงินเพื่อบริหารภาษีให้ทันสิ้นปี
1 แผนกาาเงินใช้เวลาทำ 1 เดือน ส่วนตัวที่ฮั้วสามารถดูแลได้ 100% รับเคสได้อีกแค่ 3 ท่านเท่านััน สนใจ DM ด่วน
เพราะมีการปรับ port ลูกค้าครั้งใหญ่
เราทยอยเช็คคนที่ดูแลกันมาอย่างต่อเนื่อง port สวยใช้ได้เลย ตลาดดี ก็เป็นช่วงที่ทำงานง่ายหน่อยกับลูกค้าใหม่
แต่คนที่อยู่กับเรามาระยะนึงจะเห็นภาพชัดขึ้นอีกว่า ที่มันเขียวสวยดี เพราะเค้าทำต่อเนื่ิองมาตั้งแต่มันลบ อารมณ์คนบำเพ็ญเพียร กัดฟันสะสมบุญทั้งๆที่สภาวะแวดล้อมมันชวนให้หยุด
ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ เพราะแกนสำคัญคือ “การปรับพฤติกรรม ให้มีวินัยการออมอย่างสม่ำเสมอ ไม่หลงไปกับ infomation ที่ชวนให้เข้า และไล่ให้ออกจนไม่สามารถลงทุนได้ในระยะยาว”
เติบโตไปพร้อมๆกันนะคะทุกคนนนน
วันนี้คุยกับเจ้าของกิจการท่านนึง เดิมเค้าไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตเค้าขาดอะไร มีกินมีใช้ มีเวลาเที่ยวเล่น กินหรูอยู่สบายเหมือนเกษียณ จนเรากระตุกให้กลับมาด้วยคำพูดที่ว่า “ตราบใดที่ยังต้องพึ่งพาบริษัท แสดงว่ายังไม่มีอิสรภาพทางการเงินอย่างแท้จริง”
เจ้าของกิจการแทบทุกคนจะถูกหลอมรวมให้เป็นสิ่งเดียวกับบริษัท ในวันที่บริษัทโตเราโตด้วย การเติบโตอย่างสม่ำเสมอ หรือก้าวกระโดด มันสร้าง bias ในกิจการตัวเอง จนอาจลืมคิดไปว่าทุกอย่างมันสามารถเกิดดับได้ตามวัฏจักรอุตสาหกรรม
ในวันที่เติบโต การแยกเงินส่วนตัวออกจากธุรกิจ จึงสำคัญมาก มองตัวเองเป็นลูกจ้างคนนึงที่ทำงานแล้วต้องได้ผลตอบแทนส่วนตัวอย่างเหมาะสม และนำเงินส่วนนั้นมาเก็บออมไว้ใน part ส่วนตัวให้เติบโต จนเรา “exit” ได้จริงๆ กิจการจะดีจะร้าย เราอยู่ได้ไม่พัง
วันนี้ได้ลงข้อมูลเริ่มต้นทำแผนการเงิน จบท้ายด้วยคำว่า ”ผมจะรู้สึกไม่มั่นคงเลย หากไม่มีแผนการเงิน มันสำคัญมากจริงๆ”…ขอบคุณค่ะ 🙏😊
ที่ตั้ง
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok