เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ ธุรกิจของเรา

Alpha Audit ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก Alpha Audit, นักบัญชี, 529/107, Bangkok

เตรียมความพร้อมรับ TFRS 18: งบการเงินกำลังเปลี่ยนโครงสร้างครั้งสำคัญTFRS 18 จะเปลี่ยนวิธีนำเสนอและเปิดเผยข้อมูลในงบการเง...
21/09/2026

เตรียมความพร้อมรับ TFRS 18: งบการเงินกำลังเปลี่ยนโครงสร้างครั้งสำคัญ

TFRS 18 จะเปลี่ยนวิธีนำเสนอและเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน เพื่อให้ผู้ใช้งบสามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของแต่ละกิจการได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แม้มาตรฐานฉบับนี้จะ ไม่เปลี่ยนกำไรสุทธิของกิจการ แต่จะส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างงบการเงิน ระบบบัญชี และวิธีสื่อสารผลประกอบการกับนักลงทุน

สิ่งสำคัญที่กิจการควรเตรียมพร้อม มีดังนี้

🔹 1. โครงสร้างงบกำไรขาดทุนรูปแบบใหม่

รายได้และค่าใช้จ่ายจะถูกจัดเป็นหมวดสำคัญ เช่น

• การดำเนินงาน (Operating)
• การลงทุน (Investing)
• การจัดหาเงินทุน (Financing)
• ภาษีเงินได้
• การดำเนินงานที่ยกเลิก

พร้อมกำหนดยอดรวมย่อยที่สำคัญ เช่น “กำไรหรือขาดทุนจากการดำเนินงาน” เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งบเปรียบเทียบผลการดำเนินงานระหว่างกิจการได้ดีขึ้น

การจัดประเภทรายการบางประเภทต้องพิจารณา “กิจกรรมธุรกิจหลัก” ของกิจการด้วย เช่น ธนาคาร บริษัทลงทุน หรือบริษัทอสังหาริมทรัพย์ อาจจัดประเภทดอกเบี้ยหรือรายได้จากสินทรัพย์แตกต่างจากกิจการทั่วไป

🔹 2. เปิดเผย Management-defined Performance Measures หรือ MPMs

ตัวชี้วัดที่ฝ่ายบริหารใช้สื่อสารต่อสาธารณะ แต่ไม่ได้กำหนดไว้โดยมาตรฐาน เช่น Adjusted Operating Profit หรือ EBITDA บางรูปแบบ อาจเข้าข่ายเป็น MPMs

กิจการจะต้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน พร้อม

• อธิบายวิธีคำนวณและเหตุผลที่ใช้
• กระทบยอดกับยอดรวมย่อยตาม TFRS ที่ใกล้เคียงที่สุด
• แสดงผลกระทบทางภาษี
• อธิบายการเปลี่ยนแปลงวิธีคำนวณ หากมี

🔹 3. ลดการใช้รายการ “อื่นๆ”

กิจการต้องพิจารณาการรวบยอดและแตกยอดรายการตามลักษณะที่มีร่วมกันอย่างเหมาะสม

หากรายการมีสาระสำคัญ การรวมไว้ภายใต้ชื่อ “รายได้อื่น” หรือ “ค่าใช้จ่ายอื่น” โดยไม่มีรายละเอียดเพียงพอ อาจไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมาตรฐาน

🔹 4. งบกระแสเงินสดและรายการทางการเงินต้องจัดประเภทใหม่

งบกระแสเงินสดที่จัดทำด้วยวิธีทางอ้อมจะเริ่มต้นจาก “กำไรหรือขาดทุนจากการดำเนินงาน”

นอกจากนี้ การจัดประเภทดอกเบี้ย เงินปันผล ผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบจากเครื่องมือทางการเงิน จะต้องเชื่อมโยงกับลักษณะของรายการและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนขึ้น

📅 ไทม์ไลน์สำคัญ

TFRS 18 มีผลใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2571

ดังนั้น กิจการที่มีรอบบัญชีตามปีปฏิทินจะต้องจัดเตรียมข้อมูลปี 2570 เพื่อใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบในงบการเงินปีแรกด้วย

✅ สิ่งที่ CFO และฝ่ายบัญชีควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้

วิเคราะห์ผลกระทบต่อโครงสร้างงบการเงิน
ทบทวน Chart of Accounts และการทำ Mapping
สำรวจ MPMs ที่ใช้ใน MD&A, Analyst Meeting และ Investor Presentation
ปรับระบบ ERP และกระบวนการเก็บข้อมูล
กำหนด Accounting Policy และ Internal Controls ที่เกี่ยวข้อง
จัดทำงบการเงินจำลองก่อนปีที่มาตรฐานมีผลบังคับใช้
สื่อสารผลกระทบกับผู้บริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ และผู้สอบบัญชีล่วงหน้า

💡 ประเด็นสำคัญที่สุด

TFRS 18 ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยน “รูปแบบหน้าตางบการเงิน” แต่เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับ Accounting, IT, FP&A, Investor Relations และระบบควบคุมภายในทั้งองค์กร

กิจการที่เริ่มเตรียมข้อมูลตั้งแต่วันนี้ จะลดความเสี่ยงในการปรับระบบแบบเร่งด่วน และสามารถสื่อสารผลประกอบการกับตลาดทุนได้อย่างโปร่งใสและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

#มาตรฐานการรายงานทางการเงิน #งบการเงิน #บัญชี #ตลาดทุน #เตรียมความพร้อม

📌 BOI ผนึก ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. เปิดโครงการ “BOI to IPO” เชื่อมสิทธิส่งเสริมการลงทุนสู่ตลาดทุนไทยเมื่อวันที่ 17 กั...
18/09/2026

📌 BOI ผนึก ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. เปิดโครงการ “BOI to IPO” เชื่อมสิทธิส่งเสริมการลงทุนสู่ตลาดทุนไทย

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงาน ก.ล.ต. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เปิดตัวโครงการ BOI to IPO

โครงการนี้มีเป้าหมายสนับสนุนผู้ประกอบการใน 10 อุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ ให้เติบโตจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ไปสู่บริษัทที่มีความพร้อมระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือ mai

🔹 ความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน

• BOI ใช้สิทธิประโยชน์เพื่อสร้างแรงจูงใจและสนับสนุนการลงทุน
• ก.ล.ต. สนับสนุนความรู้ด้านกฎเกณฑ์และการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดทุน
• ตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วยพัฒนาศักยภาพและเตรียมบริษัทเข้าสู่กระบวนการ IPO

เจตนารมณ์สำคัญคือ ทำให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนไม่หยุดอยู่เพียงการตั้งฐานการผลิต แต่สามารถเติบโต ระดมทุน และใช้ประเทศไทยเป็นฐานขยายธุรกิจในระยะยาว

🔹 สิทธิประโยชน์ทางภาษี

สำหรับบริษัทในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ที่ได้รับการรับรองจากตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจได้รับ

✅ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 3 ปี
หรือ
✅ ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 เพิ่มเติม 5 ปี

ส่วนบริษัททั่วไปอาจได้รับ

✅ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 2 ปี
หรือ
✅ ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 เพิ่มเติม 3 ปี

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและเงื่อนไขที่กำหนด โดยเป็นการต่อยอดจากสิทธิประโยชน์ BOI เดิม และเชื่อมโยงกับการเข้าสู่กระบวนการตลาดทุน ไม่ใช่สิทธิประโยชน์ชุดใหม่ที่แยกออกจากสิทธิเดิม

🔹 สิ่งที่กิจการควรเริ่มเตรียมในมุมบัญชีและการเงิน

เมื่อสิทธิประโยชน์มีหลายชั้น ภาระในการจัดทำข้อมูลและพิสูจน์ความถูกต้องในงบการเงินย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย กิจการที่วางเป้าหมายเข้าสู่ตลาดทุนจึงควรเริ่มดำเนินการอย่างน้อย 4 เรื่อง ได้แก่

1️⃣ ปรับผังบัญชีและระบบข้อมูล
ให้สามารถแยกรายได้ ต้นทุน ค่าใช้จ่าย และสินทรัพย์ตามสิทธิประโยชน์แต่ละชุดได้อย่างชัดเจน และอยู่ในระดับที่ผู้สอบบัญชีสามารถตรวจสอบได้

2️⃣ ประเมิน TFRS Gap
วิเคราะห์ช่องว่างระหว่างงบการเงินปัจจุบันกับมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ พร้อมกำหนดแผนปิดช่องว่างอย่างเป็นขั้นตอน

3️⃣ ยกระดับระบบควบคุมภายในและธรรมาภิบาล
ควรวางระบบให้พร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการ IPO ไม่ใช่รอแก้ไขระหว่างการยื่นคำขอ เพราะอาจกระทบทั้งระยะเวลาและความเชื่อมั่นของผู้เกี่ยวข้อง

4️⃣ ติดตามหลักเกณฑ์และประกาศที่เกี่ยวข้อง
เพื่อยืนยันประเภทกิจการ เงื่อนไขการได้รับสิทธิ ขั้นตอนการรับรอง และวันที่เริ่มมีผลใช้บังคับจริง

💡 BOI to IPO จึงไม่ใช่เพียงโครงการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่เป็นกลไกที่เชื่อม “การลงทุน การเติบโต และการระดมทุน” เข้าไว้ด้วยกัน

สำหรับผู้ประกอบการที่มีแผนเข้าตลาดทุน เรื่องสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “จะได้รับสิทธิอะไร” แต่ต้องตอบให้ได้ด้วยว่า
ระบบบัญชี การควบคุมภายใน ธรรมาภิบาล และคุณภาพข้อมูลของบริษัท พร้อมรองรับการตรวจสอบและการเป็นบริษัทมหาชนแล้วหรือยัง?
#ตลาดหลักทรัพย์ #ตลาดทุนไทย #กฎหมายหลักทรัพย์ #สิทธิประโยชน์ทางภาษี #บัญชีและการเงิน

11/09/2026

📢 SET ปรับปรุงเกณฑ์สำคัญ บริษัทจดทะเบียนต้องเตรียมพร้อมอะไรบ้าง?

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปรับปรุงหลักเกณฑ์ เพื่อยกระดับความโปร่งใส เพิ่มข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุน และลดความซ้ำซ้อนของกฎเกณฑ์ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

1️⃣ เพิ่มการเปิดเผย “ความเสี่ยงทางการเงิน”

บริษัทจดทะเบียน กองทรัสต์ และกองทุนรวม ต้องเปิดเผยรายการที่อาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เช่น

• การด้อยค่าของสินทรัพย์ ค่าความนิยม เงินลงทุน หรือสินค้าคงเหลือ
• ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น หรือค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
• เงินมัดจำที่ไม่ได้รับคืนตามกำหนด
• รายการสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการพลิกจากกำไรเป็นขาดทุน

พร้อมรายงานความคืบหน้าทุกไตรมาส หรือทันทีเมื่อมีพัฒนาการที่มีนัยสำคัญ จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

2️⃣ ระบบควบคุมภายในต้องโปร่งใสมากขึ้น

หากคณะกรรมการหรือคณะกรรมการตรวจสอบพบเหตุการณ์หรือข้อบ่งชี้ที่อาจกระทบต่อระบบควบคุมภายในที่สำคัญ บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลทันที และติดตามรายงานความคืบหน้าจนกว่าจะแก้ไขเสร็จสิ้น

3️⃣ ต้องอัปเดตรายชื่อผู้ถือหุ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงตามแบบ 246 หรือเมื่อการทำ Tender Offer แล้วเสร็จ บริษัทต้องจัดทำรายชื่อผู้ถือหุ้น 10 รายแรก รวมถึงผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นเกิน 0.5% ของทุนชำระแล้ว และเปิดเผยภายในระยะเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นอาจถูกขึ้นเครื่องหมาย NP

4️⃣ ปรับเกณฑ์ Backdoor Listing

ยังคงพิจารณารายการที่มีขนาดตั้งแต่ 100% ขึ้นไป พร้อมขยายการพิจารณาไปถึง

• การเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุม
• การเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้บริหารเกิน 50%
• ผู้ถือหุ้นเดิมเหลือสัดส่วนต่ำกว่า 50%
• ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการหลีกเลี่ยงเกณฑ์

5️⃣ ขยายขอบเขตการเป็น Cash Company

การพิจารณาจะดูจากฐานะการเงินโดยรวม ไม่จำกัดเฉพาะกรณีที่เกิดจากการขายสินทรัพย์ หากสินทรัพย์ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดอยู่ในรูปเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด หรือหลักทรัพย์ระยะสั้น บริษัทอาจเข้าข่าย Cash Company

โดยเริ่มพิจารณาจากงบการเงินที่มีรอบบัญชีสิ้นสุดหลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2569

6️⃣ การขึ้นเครื่องหมาย CC และ CF เข้มงวดขึ้น

ระยะเวลาจะเริ่มนับตั้งแต่ “วันที่เกิดเหตุ” ไม่ใช่วันที่บริษัทแจ้งข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อไม่ให้บริษัทได้รับประโยชน์จากการเปิดเผยข้อมูลล่าช้า

หากแจ้งล่าช้าจนใกล้เข้าเกณฑ์ SP ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะขึ้นเครื่องหมาย Caution อย่างน้อย 1 เดือนก่อน SP เพื่อให้ผู้ลงทุนมีเวลาในการตัดสินใจ

7️⃣ New Listing ต้องมี Free Float ครบตั้งแต่เริ่มซื้อขาย

ยกเลิกการผ่อนผัน Free Float สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ และหากบริษัทดำเนินการใดที่ทำให้ Free Float ต่ำกว่าเกณฑ์ทันทีที่เข้าจดทะเบียน อาจถือว่าขาดคุณสมบัติในการรับหลักทรัพย์

🔎 สิ่งที่บริษัทจดทะเบียนควรเร่งดำเนินการ

✅ ทบทวนนโยบายและขั้นตอนการเปิดเผยสารสนเทศ
✅ จัดทำ Early Warning Indicators สำหรับรายการเสี่ยงทางการเงิน
✅ กำหนดช่องทาง Escalation ถึง CFO, Audit Committee และ Board
✅ ทบทวนระบบควบคุมภายในและการติดตามข้อบกพร่อง
✅ เตรียมข้อมูลผู้ถือหุ้น Free Float และธุรกรรมสำคัญให้เป็นปัจจุบัน
✅ ปรับ Disclosure Checklist ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่

เกณฑ์ใหม่นี้ทำให้บทบาทของคณะกรรมการ คณะกรรมการตรวจสอบ CFO ผู้สอบบัญชี และฝ่ายกำกับดูแลกิจการ มีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะการระบุเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญและการเปิดเผยข้อมูลให้ครบถ้วนทันเวลา

หมายเหตุ: โพสต์นี้เป็นการสรุปสาระสำคัญเพื่อเผยแพร่ความรู้ ควรศึกษาประกาศและรายละเอียดหลักเกณฑ์ฉบับเต็มก่อนนำไปปฏิบัติ

#ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
#บริษัทจดทะเบียน


ที่อยู่

529/107
Bangkok
10160

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Alpha Audit โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Alpha Audit:

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่