15/11/2021
"Bruce Kovner กล่าวไว้ว่าการทำกำไรจากตลาดเป็นเรื่องง่าย Tony Chen ก็เชื่ออย่างนั้นเช่นกัน ถ้าเรามีแผนการเทรดหรือลงทุนที่ดี ก็แค่ทำตามระบบไปเรื่อยๆ และตรวจสอบระบบสม่ำเสมอ ตลาดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ปีนี้เปลี่ยนมากจากการเข้ามาของ Robot ต่างๆ แต่ขณะเดียวกันผมก็จะหงุดหงิดเล็กน้อย เมื่อเวลาไปร้านกาแฟ คุยกับเพื่อน ไปสัมนา แล้วคนจำนวนมากคุยว่าทำกำไร 10 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน เป็นเรื่องง่าย ถ้าคุณเริ่มที่ 1 ล้านบาท สามปีผ่านไปคุณจะมี 30 ล้านบาท ผมเชื่อว่ามีคนทำได้แต่ไม่เชื่อว่าจะเป็นคนจำนวนมาก น่าจะไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ของผู้เล่นทั้งหมด ระดับโลกเค้ายังทำกันได้ 15-80 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ผมพยายามให้ CAGR ของผมเมื่อนำไปหาร Maximum Drawdown แล้วมีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 2 เท่า ทุกๆวันนี้ก็ยังพยายามอยู่"
Tony Chen
Bruce Konver ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Caxton กองทุนเฮดจ์ฟันด์ระดับโลก ซึ่งเขาเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในวงการ Forex โดยตั้งแต่ปี 1978 ถึงปี 1987 เขาได้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 87% ต่อปี ทำให้เขาได้รับการขนานนามว่าเป็น Market Wizard แห่งการใช้โรบอทเป็นแนวทางในการเทรด (Robotic Trading Style) การที่เขาประสบความสำเร็จได้นั้น เกิดจากการที่่เขาทำตามโรบอทอย่างมีวินัย และไม่ให้อารมณ์แทรกแซงการตัดสินใจ โดยสรุป 8 แนวทางการเทรดที่สำคัญของเขามีดังนี้
1. Research is key การหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยื่งเมื่อการลงทุนในครั้งนั้นใช้เงินลงทุนมหาศาล
2. Minimize losses if there's no clarity เมื่อเราเห็นแววแล้วว่าตลาดไม่เป็นไปในทิศทางที่เราคาดการณ์ไว้ ควรจะตัดขาดทุนเพื่อลดความเสี่ยงก่อน
3. Importance of fundamental and technical analysis วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน และปัจจัยทางเทคนิค เพื่อดูสถานการณ์ตลาด
4. Why stop losses are important ตั้งจุดตัดขาดทุนทันที่เมื่อเราเปิดสถานะ เพื่อลดความเสี่ยง
5. Be Disciplined มีวินัยในการเทรด
6. Look for alternative scenarios มองทางเลือกในการลงทุนหลายๆเคส เพราะเขาเชื่อว่าถึงแม้หลายเคสจะล้มเหลว แต่ต้องมีสักเคสที่จะทำกำไรให้เราได้
7. Manage Risk Effectively จัดการความเสี่ยงโดยการติดตามสถานการณ์ที่จะส่งผลต่อพอร์ตการลงทุนของเรา
8. Maintain emotional balance with trading ไม่ให้อารมณ์ครอบงำในการตัดสินใจลงทุน
14/11/2021
นำบรรยากาศการสอนเบื้องต้นมาให้ดูกันครับ ใครอยู่แถวโคราชวันที่ 4 ธันวาคม ยังมาเจอกันได้ครับ!!!
13/11/2021
“สำหรับผมเรื่องของ Michael Marcus สอนผมในหลายๆมิติ ความอดทน เค้าเทรดล้มเหลวมากว่า 10 ปีกว่าจะประสบความสำเร็จ คนเดียวสามารถทำกำไรมากกว่า กำไรของเทรดเดอร์คนอื่นทุกคนในบริษัทรวมกัน เรื่องของการ Focus เค้าขาดทุนในทุกดีลของการลงทุนในอสังหาฯ เพราะเค้าไม่แคร์และใส่ใจเพียงพอ คุณจะได้ในสิ่งที่คุณต้องการ ถ้าคุณทุ่มพลังงานและ Focus และความรู้ถ่ายโอนกันได้ ทักษะการเทรดเรียนรู้กันได้ หาทีมที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ”
Tony Chen
Michael Marcus เทรดเดอร์ FOREX มืออาชีพระดับโลก ซึ่ง Michael Marcus เรียนรู้เรื่องการเทรดมาจาก Ed Seykota และถ่ายทอดความรู้ด้านการเทรดต่อให้กับอีกหนึ่งเทรดเดอร์อันดับโลกอย่าง Bruce Kovner ซึ่ง Michael Marcus มีแนวคิดการเทรดดังนี้
1. Make only the best trade ซึ่งจะลดจำนวนครั้งในการซื้อขายหลัก
ทรัพย์ และจะซื้อขายเมื่อคาดการณ์ว่าจะได้ผลตอบแทนดีที่สุด โดยพิจารณาจากการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis) และทิศทางของตลาด (Market Tone)
- การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน เขาเชื่อว่าปัจจัยระดับมหภาคจะมีผลต่อราคาหลักทรัพย์และทิศทางตลาดมากที่สุด เพราะความไม่สมดุลของ demand และ supply จะเป็นแรงขับเคลื่อนตลาดขนาดใหญ่
- การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค เขาเชื่อว่ากราฟจะแสดงทิศทางของปัจจัยพื้นฐาน
- ทิศทางของตลาด ขาขึ้น (Bull Market) หรือขาลง (Bear Market) เขาเชื่อว่าเมื่อมีข่าวหรือข้อมูลข่าวสารออกมา ตลาดจะสะท้อนข้อมูลเหล่านั้น
2. When to sell หาจุดขาย โดยเขาจะขายเมื่อตลาดมีความผันผวนสูงกว่าระดับที่ยอมรับได้ หรือเมื่อไม่แน่ใจทิศทางของตลาดเขาจะตัดสินใจขายทันที
3. Risk Management กลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงของเขาคือ Position sizing คือการคำนวณปริมาณการซื้อขายในแต่ละออเดอร์ เพื่อให้ความเสี่ยงของพอร์ทอยู่ในอัตราส่วนที่เหมาะสม (ไม่ควรเสี่ยงเกิน 5% ของเงินทุนที่มี) และกำหนดจุด Stop Loss เพื่อให้พอร์ทไม่มีผลขาดทุนมากเกินไป
4. โดยเขาพิจารณา 4 ปัจจัย ได้แก่ Macro Trends, Smaller Cap
stocks, High EPS และ Low PE
- Macro Trends พิจารณาแนวโน้มเศรษฐกิจ
- Smaller Cap Stocks ไม่เล่นหุ้นปั่นและไม่ตามกระแสหุ้น
- High EPS และมีศักยภาพในการเติบโตเพื่อสร้างส่วนแบ่งการตลาดในอนาคต
- Low PE
5. Traits of a good trader เทรดเดอร์ที่ดีจะต้องเปิดใจรับข้อมูลข่าวสาร ไม่ใช่อารมณ์ในการตัดสินใจ และมีความกล้าหาญที่จะซื้อขายตามสไตล์ของตัวเอง
12/11/2021
“ไม่มีใครสามารถ ชนะตลาดได้ในระยะยาว” Jesse Livermore ตำนาน Swing Trader จากหนังสือ Reminiscences of a Stock Operator ได้กล่าวคำพูดที่น่ากลัวสำหรับผู้เล่นในตลาดหุ้นนี้ไว้ สำหรับ Tony Chen เชื่อว่าเราสามารถชนะตลาดได้ แต่อัตราส่วนคงไม่มากนักจากผู้เล่นทั้งหมด มันเป็นกฎธรรมชาติของธุรกิจ Super Red Ocean เมื่อสิบปีก่อนผมได้อ่านเรื่องราวเทรดเดอร์ผู้ปลิดชีพตัวเองในบ้านปลายนี้ไว้ และเริ่มวิเคราะห์การเทรดแบบ Swing Trade ใช้การวิเคราะห์แบบ Point and Figure ได้ ภาพด้านบนในกระดาษสมุด เมื่อสิบปีก่อนผมเขียนเอาแบบนั้น แต่ตอนนี้ผมใช้ Python เขียนโค้ดเพื่อวิเคราะห์กลยุทธ์ต่างๆ ถ้าคุณตามไม่ทันอีกสิบปีคุณจะเหมือนคนที่ใช้ Microsoft Excel ไม่เป็นในขณะนี้ แต่มันก็ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน (เจ้าสัวหลายคนก็ใช้ไม่เป็น แต่คุณต้องรู้ว่าคุณเป็นใคร สำหรับผมมันสำคัญ ผมสาย Quant) ผมแนะนำให้คุณหากลุ่มช่วยกันเรื่องวิเคราะห์การลงทุน ในกลุ่มเป็นไปได้หา Coder สักคน เทรดเดอร์สักคน ชุมชนของเราเกิดขึ้นเพราะเรามาอยู่รวมกันเพื่อแชร์ทรัพยากร ถ้าคุณมีกลยุทธ์แต่ไม่รู้จะวิเคราะห์อย่างไร ไม่ว่ามันจะดูหน้าขำหรือดูวิชาการจ๋าอย่างไร มาหาเราจะช่วยวิเคราะห์ให้ แต่ถ้าคุณเป็น High Tech อยู่แล้วสนใจเรื่องลงทุน ไม่รู้จะเริ่มกับใคร มาหาเราจะคุยว่าเทรดเดอร์เค้าคิดอะไรกันบ้าง หรือถ้าไม่มีสองอย่างแต่มีความมุ่งมั่นก็ลองมาดูกันสักตั้ง เหนื่อยหน่อย แต่ถ้าไม่มีสามอย่างข้างต้น โปรดนอนอยู่บ้านเฉยๆครับ
Tony Chen
Point and Figure (P&F Chart)
P&F Chart เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis) ซึ่ง P&F Chart จะแตกต่างจากกราฟที่ใช้ในการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคอื่น ๆ เนื่องจากจะโฟกัสการเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์เท่านั้น ไม่สนใจเวลาหรือปัจจัยอื่น ซึ่งถือเป็นข้อดี เพราะจะสามารถสะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาโดยตัดปัจจัยอื่นออกไป ทำให้ง่ายต่อการหาแนวรับและแนวต้าน
ซึ่งจะใช้ตัวอักษร X และ O ในการแสดงถึงการขึ้นลงของราคา โดย X จะหมายถึงราคาสูงขึ้น O จะหมายถึง ราคาต่ำลง ในแต่ละตัวอักษรจะเท่ากับ 1 Box เราสามารถกำหนดขนาด Box (Box Size) จากความกว้างของการแกว่งตัวของราคา เช่น Box Size = 5 หมายถึงในหนึ่ง Box จะแสดงขึ้นการแกว่งตัว 5 หน่วย ส่วนการขึ้นแถวใหม่จะพิจารณาจาก Reversal Amount ซึ่งกำหนดได้ว่า ถ้าราคาเปลี่ยนแปลงในทิศทางตรงข้าม เทียบกับจำนวนกี่ Box ถึงจะขึ้นแถวใหม่ (Reversal Distance) โดย Reversal Distance = Box Size * Reversal Amount
11/11/2021
“มีน้องเทรดเดอร์นั่งอยู่กับผมแล้วหันมาถามผมว่า อาจารย์เฉินถ้าพอร์ตผมยับไปแล้วทำไงดีครับ ผมหันกลับไปตอบว่า ตอนไปเล่นสกีที่ Niseko ซัปโปโร ถึงผมเล่นสกีเป็นอยู่แล้ว ผมก็ควักเงินไปเรียนทักษะเพิ่ม คุณได้บางอย่างจากการเรียนเสมอ ผมถามอาจารย์ว่า “ผมจะทำอย่างไรถ้าผมอยู่ในจุดที่ควมคุมไม่ได้แล้ว” โค้ชญี่ปุ่นหันมาแล้วบอกผมว่า “Never Ever allow yourself go to that point” ห้ามให้ตัวเองไปจนถึงจุดที่คุณ ควบคุมอะไรไม่ได้แล้ว ตั้งแต่นั้นมาผมไม่เคยอนุญาติให้ตัวเองไปถึงจุดที่ผมควบคุมพอร์ตไม่ได้แล้วอีกเลย
ในส่วนของ Efficient Market Hypothesis สำหรับผม Tony Chen เชื่อว่า Fundamental Analysis หรือ Technical Analysis ใช้ได้จริงแต่มันไม่ได้ คาดการณ์อะไรได้ มันแค่เป็นกรอบการตั้งกฎ ให้ผู้เล่นสามารถอยู่กับหุ้นที่ทำกำไรได้เป็นระยะเวลาที่นานกว่า และขายทิ้งหุ้นที่มีแนวโน้มเป็นขาลง (เรื่องนี้สำคัญต้องดึงออกมาขยายวันหลัง) และถ้าตลาด Efficient จริงๆ ผู้เล่นที่ทำกำไรได้อย่างมหาศาล แบบเสี่ยๆหลายคนของไทย จะมีค่าทางคณิตศาสตร์เป็น Outlier หรือเหตุบังเอิญ แต่คุณสังเกตุมั้ยว่าพวกที่ประสบความสำเร็จมักกระจุกตัวอยู่ด้วยกัน อาทิ เทรดเดอร์ระดับตำนานหลายคนรู้จักกัน เคยทำงานที่เดียวกันที่ Commodities Corporation, Ed Seykota แนะนำ Michael Macus ที่เทรดหุ้นล้มเหลวกว่าสิบปี เป็นเทรดเดอร์ที่ทำกำไรได้มากกว่ากำไรของเทรดเดอร์ทุกคนในบริษัทรวมกัน และ Michael Macus แนะนำ Bruce Kovner ให้เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ผมเชื่อว่าทั้งข้อมูลบางประเภท ความรู้ และทักษะ บางอย่างสามารถถ่ายโอนกันได้ และตลาดยังไม่มีประสิทธิภาพพอ แต่ว่ามันเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
Tony Chen
Market Efficiency Hypothesis ทฤษฏีตลาดที่มีประสิทธิภาพ
ในทฤษฎีตลาดที่มีประสิทธิภาพ สรุปได้ว่า ราคาหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงตามข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ผู้ลงทุนไม่สามารถทำกำไรส่วนเกินได้ ซึ่งความรวดเร็วในการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์ในแต่ละตลาดไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับระดับของความมีประสิทธิภาพตลาด และชนิดของข้อมูลที่เผยแพร่ไปยังนักลงทุน ซึ่งระดับของความมีประสิทธิภาพตลาด ได้แก่
1. Weak Form ระดับต่ำ
- ราคาหลักทรัพย์ในตลาดปัจจุบันสะท้อนข้อมูลราคาหลักทรัพย์ในอดีตแล้ว ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตัดสินใจลงทุนได้ แต่สามารถวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) จากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะในการประเมินมูลค่าที่แท้จริงของราคาหลักทรัพย์ได้
2. Semi-Strong Form ระดับกลาง
- ราคาหลักทรัพย์ในตลาดปัจจุบันสะท้อนข้อมูลราคาหลักทรัพย์ในอดีตและข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis) และปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) ในการตัดสินใจลงทุนได้ เพราะฉะนั้นหากต้องการประเมินมูลค่าที่แท้จริงของราคาหลักทรัพย์ จะต้องใช้ข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ เช่น ข้อมูลภายใน เป็นต้น
3. Strong Form ระดับสูง
- ราคาหลักทรัพย์ในตลาดปัจจุบันสะท้อนข้อมูลราคาหลักทรัพย์ในอดีต ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีข้อมูลชนิดใดที่สามารถสะท้อนราคาหลักทรัพย์ที่ช่วยในการประเมินราคาหลักทรัพย์เพื่อตัดสินใจได้อีกเลย นักลงทุนจึงไม่สามารถทำกำไรส่วนเกินผิดปกติได้
11/11/2021
สวัสดีครับ ทุกท่าน เพจนี้จะโพสความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการลงทุนโดยใช้แนวทางแบบ Quant ให้ทุกคนอ่านฟรีๆทุกวัน แต่ถ้าหากท่านอยากได้รับข้อมูลอย่างเป็นระบบและอยากเรียนแบบตัวต่อตัวกับผม เร็วๆนี้เราไปเจอกันที่โคราชกันครับ
วันเวลา: 4 ธันวาคม 2564
สถานที่: ตัวเมืองโคราช จะแจ้งให้ทราบ 1 อาทิตย์ก่อนการสอน
เนื้อหาที่จะได้เรียน
สอนทุกแง่ทุกมุมวงการการลงทุน
ปูพื้นฐาน แนวทางการลงทุน Fundamental Analysis, Technical Analysis, Empirical Analysis นำไปใช้ได้จริง
ทำไม อาจารย์เฉินถึงเลือก Quant Analysis เล่า สอน จับมือทำ ทุกขั้นตอนเพื่อนำไปใช้
เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Community เรา สังคมการลงทุน
โชว์ขั้นตอนการหา โมเดลการลงทุนที่ใช้ได้จริง ปลอดภัย
ปูพื้น จิตวิทยาการลงทุน Psychology Trading
พร้อมเป็นสมาชิกของชุมชนการลงทุนของเรา
เนื้อหา เรื่องล่าที่น่าสนใจ อีกมากมาย เท่าที่จะอัดได้ในหนึ่งวัน
สอนโดย
อาจารย์ เฉิน : สรชา ตั้งลิตานนท์, CFA
ถ้าหากท่านสนใจสามารถติดต่อทาง line และ เบอร์โทรตามนี้ได้เลย
Lineid: mrtaurus
เบอร์โทรศัพท์: 096-887-0823สวัสดีครับ ทุกท่าน เพจนี้จะโพสความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการลงทุนโดยใช้แนวทางแบบ Quant ให้ทุกคนอ่านฟรีๆทุกวัน แต่ถ้าหากท่านอยากได้รับข้อมูลอย่างเป็นระบบและอยากเรียนแบบตัวต่อตัวกับผม เร็วๆนี้เราไปเจอกันที่โคราชกันครับ
วันเวลา: 4 ธันวาคม 2564
สถานที่: ตัวเมืองโคราช จะแจ้งให้ทราบ 1 อาทิตย์ก่อนการสอน
เนื้อหาที่จะได้เรียน
สอนทุกแง่ทุกมุมวงการการลงทุน
ปูพื้นฐาน แนวทางการลงทุน Fundamental Analysis, Technical Analysis, Empirical Analysis นำไปใช้ได้จริง
ทำไม อาจารย์เฉินถึงเลือก Quant Analysis เล่า สอน จับมือทำ ทุกขั้นตอนเพื่อนำไปใช้
เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Community เรา สังคมการลงทุน
โชว์ขั้นตอนการหา โมเดลการลงทุนที่ใช้ได้จริง ปลอดภัย
ปูพื้น จิตวิทยาการลงทุน Psychology Trading
พร้อมเป็นสมาชิกของชุมชนการลงทุนของเรา
เนื้อหา เรื่องล่าที่น่าสนใจ อีกมากมาย เท่าที่จะอัดได้ในหนึ่งวัน
สอนโดย
อาจารย์ เฉิน : สรชา ตั้งลิตานนท์, CFA
ถ้าหากท่านสนใจสามารถติดต่อทาง line และ เบอร์โทรตามนี้ได้เลย
Lineid: mrtaurus
เบอร์โทรศัพท์: 096-887-0823
08/11/2021
15 ปีที่แล้ว Tony Chen วิเคราะห์หุ้นใช้เขียนกระดาษบวก Excel
7 ปีที่แล้ว Tony Chen วิเคราะห์หุ้นใช้ Excel บวก VBA
2021 Tony Chen วิเคราะห์หุ้นใช้ Python
รูปเมื่อ 7 ปีที่แล้วใส่แว่นดูแก่กว่าปัจจุบัน เพราะทำงานยากลำบากกว่ามาก
อิจฉาเด็กสมัยนี้ทำงานง่ายขี้นเยอะ แต่ที่เหมือนเดิมคือจอที่มากมาย
คนส่วนใหญ่ชอบเห็นว่าจอมากๆ แสดงถึงความโปร ถ้าคุณมีเงินสักแสนกว่ามาหาผมจะพาไป Banana ซื้อจอ สำหรับผมการลงทุน ไม่เหมือนกับหลายคนที่ลงทุนกับบริษัทเจ้าของหุ้น ชุมชนเราลงทุนกับ Technology ลงทุนกับความมุ่งมั่นความฝันของคนในทีม
Performance return = Labor + Intelligent + Capital
ผลกำไรมาจาก = แรงงาน + สติปัญญา + การลงทุน
Tony Chen คิดว่าการลงทุนแบบ Quant นั้นเหมือน ศิลปิน บวก นักวิชาการ คุณต้องมีจิตนาการแบบติ้ดๆ บวกกับ Framework ในการวิเคราะห์ที่ดีเหมือนนักวิทยาศาสตร์
Tony Chen