Pitch 100 ล้าน By ดร. หวาน

เส้นทาง

Pitch 100 ล้าน By ดร. หวาน Pitching Model Canvas©️ Creator • Co-Founder, Durian Corp • Pro Trainer: Pitching I PROFESSIONALITY
(1)

“อาจารย์หวานคะ…ทีมขายของเรามีคนเก่งนะคะแต่พอขึ้นมาเป็นหัวหน้าแล้ว บางคนยังไม่รู้ว่าจะดูแลทีมยังไง ?จะตามงานยังไงไม่ให้ลู...
28/09/2026

“อาจารย์หวานคะ…ทีมขายของเรามีคนเก่งนะคะ
แต่พอขึ้นมาเป็นหัวหน้าแล้ว บางคนยังไม่รู้ว่าจะดูแลทีมยังไง ?

จะตามงานยังไงไม่ให้ลูกทีมรู้สึกว่าถูกกดดัน
จะ Feedback ยังไงไม่ให้เสียกำลังใจ

แล้วถ้าลูกทีมเจอดีลยาก ลูกค้าปฏิเสธ ยอดไม่ถึง หรือโดนต่อหนักๆ
หัวหน้าควรพูดยังไง ให้เขายังอยากลุกขึ้นมาสู้ต่อ”

โอวววว 😳

นี่มันปัญหาของชั้นเมื่อ 20 กว่าปีก่อนค่าาา

ตอนนั้นได้โปรโมทมาเป็นหัวหน้าฝ่ายขาย
เพราะยอดขาย
ไม่ได้มีสกิลการดูแลทีมฝ่ายขายแต่อย่างใด

ตอนนั้นขายดี
เป็น top sale แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองขายเก่งแต่อย่างใด

น่าจะเป็นเพราะ อึด ทำเยอะมากกว่า
ผลงานก็เลยออกตามสถิติการขาย...

คำพูดที่เคยได้ยินว่า

"บริษัทเสียเซลล์เก่งๆไปคนนึง
และได้ หัวหน้าเซลล์ห่วยๆ มาแทน...."

อิชั้นซึ้งมากค่าาา 🥹

ฟังคำถามที่ได้มาแล้วรู้สึกว่า…
นี่ไม่ใช่เรื่องของ “ยอดขาย” อย่างเดียวเลยค่ะ

แต่มันคือเรื่องของ “คน”

เพราะการเป็นหัวหน้าฝ่ายขาย ไม่ใช่แค่เก่งกว่าลูกทีม
ไม่ใช่แค่ปิดดีลเก่ง
และไม่ใช่แค่คุม Target ให้ถึง

แต่คือการทำให้คนในทีม
“เก่งขึ้น มั่นใจขึ้น และยังอยากเดินไปกับเรา”

นี่เลยเป็นที่มาของหลักสูตร

❤️"Strategic Sales Leadership Excellence Program" ❤️

หลักสูตร 2 วัน สำหรับ
Head of Sales / Sales Manager / Sales Supervisor

วันที่ 1 เราชวนหัวหน้ามองให้ชัดก่อนว่า

“Great Selling หน้าตาเป็นยังไง?”

เพราะถ้าหัวหน้าแต่ละคนมองไม่เหมือนกัน
การ Feedback ก็จะกลายเป็นเรื่องความรู้สึก

เราจึงฝึกตั้งแต่การดูว่า
ลูกทีมเข้าใจลูกค้าจริงไหม
เลือก Solution ตรงไหม
ขาย Value หรือยังพูดแต่ Feature
เจรจาเป็นไหม
แล้วพาดีลไปต่อได้หรือเปล่า

พอ Day 2 เราเข้าเรื่องที่ละเอียดกว่าเดิม คือ

“คนแต่ละแบบ ต้อง Coach ไม่เหมือนกัน”

บางคนต้องพูดตรง
บางคนต้องให้ Recognition
บางคนต้องให้เวลา
บางคนต้องให้ข้อมูลและเหตุผล

หัวหน้าจึงต้องรู้ว่า
ควร Push เมื่อไร
ควร Listen เมื่อไร
ควร Feedback แบบไหน
และทำยังไงให้ได้ทั้ง “งาน” และ “ใจ”

อีกเรื่องที่หวานให้ความสำคัญมาก คือ Resilience Coaching

เพราะโลกของ Sales ไม่มีใครชนะทุกดีล

บางครั้งลูกค้าปฏิเสธ
บางครั้งดีลหลุด
บางครั้งคู่แข่งชนะ
บางครั้งพยายามเต็มที่แล้ว ยอดก็ยังไม่ถึง

หัวหน้าที่ดีจึงไม่ได้มีหน้าที่แค่ถามว่า

“ยอดถึงหรือยัง?”

แต่ต้องช่วยให้ทีมถามตัวเองได้ว่า

“เราเรียนรู้อะไรจากดีลนี้ แล้วเราจะก้าวต่อยังไง?”

สิ่งที่หวานอยากให้เกิดหลังจบหลักสูตร ไม่ใช่แค่ “หัวหน้าขายเก่งขึ้น”

แต่คือ

หัวหน้าสามารถทำให้ลูกทีมเก่งขึ้น
เข้มแข็งขึ้น
กล้าขึ้น
และยังมีแรงสู้ต่อ

เพราะในที่สุดแล้ว

ทีมขายที่แข็งแรง ไม่ได้เกิดจากการมีคนเก่งเพียงไม่กี่คน
แต่เกิดจากหัวหน้าที่สร้างคนเก่งได้ทั้งทีม ❤️


#อาจารย์หวาน

ผู้บริหารขององค์กรหลายท่านบอกว่า อาจารย์หวานออกแบบหลักสูตรได้ตรงใจมาก ใช่แบบที่อยากได้เลย ...ขอบคุณมากค่ะที่ไว้วางใจ 🙏🙏อ...
10/09/2026

ผู้บริหารขององค์กรหลายท่านบอกว่า

อาจารย์หวานออกแบบหลักสูตรได้ตรงใจมาก ใช่แบบที่อยากได้เลย ...
ขอบคุณมากค่ะที่ไว้วางใจ
🙏🙏

อันที่จริง มันคือหลักการขายที่มีมาเป็นร้อยๆ ปีค่ะ

การจะขายไอเดียหรือขายสินค้าให้ได้
ไม่ใช่แค่ การนำเสนอสิ่งที่เรามีอย่างดีที่สุด แบบไม่ขาดตกบกพร่องข้อมูลสำคัญ

เพราะถ้าสิ่งนั้นดีที่สุด
แต่ไม่ได้เป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการก็คงไม่อยากซื้อ
เผลอๆ ให้เปล่าๆ ยังไม่อยากได้เลย

เราจึงต้องหา Customer insight
ต้องเข้าใจลูกค้าเชิงลึกด้วยการสัมภาษณ์ ถามคำถาม

แล้ว deep listening ตั้งใจฟังในสิ่งที่เขาพูด และ สิ่งที่เขาไม่ได้พูด...
(บางทีลูกค้าเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาต้องการอะไร แต่เขารู้ว่าเขามีปัญหาอะไร)

เราจึงต้องตั้งใจฟังเป็นพิเศษ เพื่อนำมาออกแบบเป็นข้อเสนอ
หรือสินค้าที่แก้ปัญหาได้ตรงจุด สร้างสิ่งที่โดนใจ

เมื่อมั่นใจแล้ว
จึงค่อยนำเสนอ

อาจารย์หวานมักจะใช้เวลาในการค้นหาปัญหาหรือความต้องการของลูกค้า เป็นเวลานาน และต้องเตือนตัวเองเสมอว่า
อย่าเพิ่งรีบนำเสนออะไรถ้ายังไม่แน่ใจ ว่ารู้ปัญหาของลูกค้าแล้วแน่ๆ

ลูกศิษย์บางคนถามว่า
ลูกค้ามีเวลาน้อย และมักจะบอกว่าให้รีบนำเสนอเลย

พอได้ยินลูกค้าพูดแบบนี้
เซลก็รู้สึกเกรงใจลูกค้าจึงรีบนำเสนอ รีบพูดข้อมูลเยอะๆ
เหมือนส่งลูกระเบิดให้ลูกค้าเลยค่ะ 😆

ที่บรรยายได้เพราะเคยเป็นมาแล้วทั้งสองฝั่ง

เคยตกหลุมนี้ก็หลายครั้ง 😅

รีบพูดไวๆ ปานจรวด
ไม่ได้สนใจว่าลูกค้าจะฟังทันหรือเปล่า
กลัวจะให้ข้อมูลไม่ครบ
กลัวลูกค้าจะตัดสินใจไม่ได้เพราะขาดข้อมูล

สุดท้ายเหนื่อยทั้งลูกค้าและคนนำเสนอ
เหนื่อยทั้งฟังเหนื่อยทั้งพูด

และตัดสินใจไม่ได้อยู่ดี

เพราะบอกว่า

"ข้อมูลเยอะขอกลับไปคิดก่อน..." 😅

แต่ถ้าเราฟังลูกค้าเยอะๆ
แล้วเก็บสิ่งที่ลูกค้าพูดมานำเสนอ

ถึงแม้ลูกค้าจะบอกว่า
ผมมีเวลาแค่นี้

แต่เชื่อสิ
ถ้าเขาเป็นฝ่ายพูด เป็นฝ่ายเล่าให้เราฟัง เขามักจะเป็นคนขอต่อเวลาเพิ่มเอง
และเป็นฝ่ายขอโทษขอโพย ที่เขาใช้เวลาเกิน

เห็นภาพไหมคะ

แทนที่ฝ่ายขาย
จะเป็นฝ่ายเกรงใจ

แต่พอเราเป็นคนฟังแล้วให้เขาพูด
คนที่รู้สึกเกรงใจกลับเป็นลูกค้า

หลังจากนั้น

เราอาจจะใช้เวลานำเสนอนิดเดียวแต่ได้ผลลัพธ์มากมาย

เพราะทุกคำพูดของเราโดนทุกดอก

ช่วงนี้มีหลักสูตรฝ่ายขายเข้ามาให้ออกแบบแทบทุกวัน

และเขามักจะบอกว่า
สินค้าของเค้าราคาสูง
หมายถึงราคาสูงที่สุดในตลาดนั้นๆ 😁

ก็บอกเขาไปว่า

มาถูกทางแล้วค่ะ

ถ้าเราขายได้เพราะราคาถูก
ไม่นาน ก็จะมีคนที่ขายถูกกว่า ให้ของแถมมากกว่า ...

เป็นไปได้ยากที่ธุรกิจและยั่งยืน

ถึงแม้วันนี้เราขายดี
ถึงแม้วันนี้สินค้าเราจะราคาไม่สูง

ลูกค้าจะต้องซื้อเราเพราะคุณค่าของเรา คุณค่าของสินค้า

ไม่ใช่ซื้อเพราะราคาถูก

นี่คือหลักการของ
Valued base selling

คนขาย ต้องเปลี่ยนตัวเองจากคนขาย เป็น ที่ปรึกษาให้กับลูกค้า

เปลี่ยน Product Selling เป็น Consultative Selling

ลองดูนะคะ
เชื่อว่าทำได้แน่นอนค่ะ

ถ้าสนใจปรึกษารายละเอียด
ยินดีออกแบบ Workshop ให้ค่ะ



"ขาย 10 ได้ 1..."สถิติไม่เคยหลอกใครแต่มันโหดร้ายน่าดูต้องพูดกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันก็ว่ายากแล้วแต่ต้องไปขาย ไปโน้มน...
03/09/2026

"ขาย 10 ได้ 1..."
สถิติไม่เคยหลอกใคร

แต่มันโหดร้ายน่าดู
ต้องพูดกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันก็ว่ายากแล้ว

แต่ต้องไปขาย ไปโน้มน้าวให้คนแปลกหน้าซื้อของจากเรา

ยังไม่พอ
ของนั้นราคาสูงที่สุดในตลาด !

แต่สิ่งที่เยียวยาหัวใจในตอนนั้น

คือข้อมูลที่หัวหน้าบอกว่า
สถิติการขายของสินค้าในโลกนี้ ไม่ว่ามันจะคืออะไร

สถิตินั้นคือ 10 ต่อ 1

หมายความว่า

ถ้าทำให้มากพอ สถิติจะทำงาน

แต่ไม่ได้แปลว่า
ขายไป 9 ครั้งแล้วขายไม่ได้ ครั้งที่ 10 จะต้องได้

แต่ถ้าเราทำให้มากพอ

เราจะได้แน่ๆ 10 ต่อ 1

ทำทั้งๆ ที่ไม่รู้จะเป็นไปได้หรือเปล่า

แต่เชื่อว่า สถิติจะต้องทำงานแน่ๆ

จึงตั้งใจหลับหูหลับตาทำงาน

ขอบคุณความอึดในวันนั้น

ที่แสดงให้เห็นว่า

ค่าของสถิติทำงานจริงๆ

มารู้เอาตอนหลัง (หลังจากนั้นหลายปี 😆) ว่า

เมื่อทำอะไรเป็น 10,000 ชั่วโมง
เราจะเก่งขึ้น เชี่ยวชาญเรื่องนั้นมากขึ้นเอง

จนวันนี้

วันที่ตั้งใจเอาประสบการณ์ล้มลุกคลุกคลานกว่า 30 ปี

มาทำเป็นหลักสูตร Sale ขายสินค้าราคาสูง

ภาพความสุขในวันเก่าๆ ก็ปรากฏขึ้นมา
ปรากฏขึ้นในแววตา... 😍🥰



อย่าลดราคา !!  😰ไม่มีใครอยากใช้ของราคาถูก !แต่ทุกคนอยากได้ “ของที่คุ้มค่า” ....เวลาลูกค้าบอกว่า “แพงไป” สิ่งที่คนขายมักท...
28/08/2026

อย่าลดราคา !! 😰
ไม่มีใครอยากใช้ของราคาถูก !
แต่ทุกคนอยากได้ “ของที่คุ้มค่า” ....

เวลาลูกค้าบอกว่า “แพงไป”
สิ่งที่คนขายมักทำคือ รีบลดราคา รีบแจกของ
หรือ รีบอธิบายว่าของเราดียังไง....

แต่อาจารย์หวานอยากชวนคิดใหม่ค่ะว่า

ปัญหาอาจไม่ใช่ “ราคาสูงเกินไป”

แต่อาจเป็นเพราะ “คุณค่าในใจลูกค้า ยังไม่สูงพอ”

โดยเฉพาะสินค้าราคาสูง ยิ่งขายด้วย Feature อย่างเดียว
ยิ่งทำให้ลูกค้าเอาเราไปเทียบราคาได้ง่าย

สิ่งที่ Sales ควรทำ คือเปลี่ยนบทสนทนาจาก

How much does it cost?
ไปเป็น
What value will I get?

อาจารย์หวานเลยสรุปเป็น Framework ง่าย ๆ ว่า "V.A.L.U.E. Selling"

V : View the Customer
เข้าใจลูกค้าให้ลึก ว่าเขาเป็นใคร และอะไรสำคัญกับเขา

A : Amplify the Need
ทำให้ลูกค้าเห็น Pain, Need และผลกระทบอย่างชัดเจน

L : Link Product to Value
อย่าพูดแค่ Feature แต่เชื่อมไปถึง Benefit และ Customer Value

U : Uncover Total Value
ทำให้เห็นคุณค่าทั้ง Functional, Financial, Emotional และ Status

E : Evidence & Encourage Decision
พิสูจน์ด้วยข้อมูล ผลลัพธ์ Case Study และพาลูกค้าไปสู่ Next Step

เตือนตัวเองไว้นะคะ

อย่า Defend the Price
แต่จง Build the Value ก่อนพูดเรื่องราคา

คำว่า "แพง" ไม่มีอยู่จริง

มีแต่ เค้าเห็นคุณค่า ต่ำกว่าราคาที่เค้าได้ยิน

เพราะของแพง ไม่ได้แปลว่า “แพงเกินไป”
ถ้าลูกค้าเห็นว่า สิ่งที่เขาได้รับ “คุ้มกว่า” เงินที่เขาต้องจ่าย






💥📢 ยินดีด้วยค่าาา 🥳 ประกาศรายชื่อผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมหลักสูตร “FOODNext SME D Navigator Program : Food...
24/08/2026

💥📢 ยินดีด้วยค่าาา 🥳 ประกาศรายชื่อผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมหลักสูตร “FOODNext SME D Navigator Program : FoodNav รุ่น 1/2026”
(ดูรายชื่อใน comment ค่า☺️)

โดย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สถาบันอาหาร

พบกันนะคะทุกท่าน 😍
เตรียมเนื้อหาอย่างเข้มข้น เพื่อผู้ประกอบการไทย
#คนไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก

**กรุณายืนยันการเข้าร่วมกิจกรรมฯ ทาง E-Mail ที่ได้รับ**

☎️ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :
ฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการ (NFI)
062-414-9153 (คุณเป๋า)
064-441-4642 (คุณเฟิร์น)

ฝ่ายพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการ (SME D Bank)
089-164-4799 (คุณเชอร์รี่)
086-985-5255 (คุณพิ้งกี้)

#สถาบันอาหาร #ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย #ธุรกิจอาหารยุคใหม่ #พลิกแนวคิดสร้างโอกาส #ผู้ประกอบการอาหาร

ถามลูกค้ายังไง ไม่ให้เค้าหงุดหงิด ??เป็น Sales มาเกิน 20+ ปี ถูกสอนมาว่า ต้องสัมภาษณ์ ต้องถามลูกค้าก่อน ได้ข้อมูลที่แน่ช...
20/08/2026

ถามลูกค้ายังไง ไม่ให้เค้าหงุดหงิด ??

เป็น Sales มาเกิน 20+ ปี ถูกสอนมาว่า ต้องสัมภาษณ์ ต้องถามลูกค้าก่อน ได้ข้อมูลที่แน่ชัดแล้ว ค่อยนำเสนอขาย

แต่... พอถามไป ลูกค้าไม่ตอบ อาจถูกหงุดหงิดใส่

ถ้าไม่ถาม แล้วจะรู้ข้อมูลได้ยังไงอ่ะ ?

อันนี้เป็นคปัญหามาตั้งแต่ดึกดำบรรพค่าทุกคน ไม่ใช่แค่ตอนนี้

เอาเทคนิคมาฝากเผื่อเอาไปปรับใช้ค่ะ

อันนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร Consultative Selling ที่ออกแบบให้ Sales เอาไปใช้ได้ทันทีค่ะ

เทคนิคที่ว่านี้คือ

"Consultative Data Capture"
เก็บข้อมูลลูกค้าอย่างมืออาชีพ โดยไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกถูกสอบสวน

การเก็บข้อมูลลูกค้าที่ดี ไม่ใช่การถามเพื่อกรอกข้อมูลลงระบบเท่านั้น แต่คือการตั้งคำถามอย่างมีชั้นเชิง เพื่อทำความเข้าใจลูกค้าให้ลึกขึ้น และทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า Sales Consultant กำลังดูแลเขาอย่างมืออาชีพ

🎯 Ask with Purpose
ถามอย่างมีเป้าหมาย

ถามเฉพาะข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการดูแลลูกค้า ไม่ถามแบบทั่วไปหรือถามเพราะต้องกรอกระบบ แต่ทุกคำถามควรช่วยให้เข้าใจลูกค้าได้ดีขึ้น เช่น ความสนใจ การใช้งานจริง ความพร้อมในการตัดสินใจ หรือข้อกังวลของลูกค้า

ตัวอย่างคำถาม

“ขออนุญาตสอบถามเพิ่มเติมนะคะ คุณลูกค้าสนใจรุ่นนี้จากเรื่องใดเป็นพิเศษคะ เช่น ดีไซน์ สมรรถนะ ความปลอดภัย หรือเทคโนโลยี”

“รถคันใหม่ที่คุณลูกค้ามองหา อยากให้ตอบโจทย์เรื่องใดมากที่สุดคะ”

“ปกติคุณลูกค้าใช้รถในลักษณะไหนเป็นหลักคะ ใช้ในเมือง เดินทางไกล ใช้กับครอบครัว หรือใช้เพื่อการทำงานคะ”

💢 Ask with Permission
ขออนุญาตก่อนถาม

ก่อนถามข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลที่ลูกค้าอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ควรขออนุญาตก่อน เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัยและให้เกียรติลูกค้า

ตัวอย่างคำถาม

“ขออนุญาตสอบถามเพิ่มเติมเล็กน้อยนะคะ เพื่อจะได้แนะนำรุ่นที่เหมาะกับการใช้งานของคุณลูกค้ามากที่สุดค่ะ”

“ขออนุญาตถามเรื่องช่วงเวลาที่คุณลูกค้าวางแผนจะเปลี่ยนรถได้ไหมคะ จะได้ช่วยดูแลข้อมูลและข้อเสนอให้เหมาะสมค่ะ”

“ถ้าสะดวก ขออนุญาตสอบถามงบประมาณโดยประมาณที่คุณลูกค้ามองไว้ เพื่อจะได้แนะนำทางเลือกที่เหมาะที่สุดนะคะ”

🥳 Ask with Customer Benefit
ถามโดยชี้ให้เห็นประโยชน์ของลูกค้า

ทำให้ลูกค้าเข้าใจว่า การให้ข้อมูลเพิ่มเติมจะช่วยให้เขาได้รับคำแนะนำที่ตรงขึ้น ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของ Sales หรือระบบ CRM เท่านั้น

ตัวอย่างคำถาม

“เพื่อให้ดิฉันแนะนำข้อมูลได้ตรงกับการใช้งานจริงของคุณลูกค้ามากขึ้น ขอสอบถามว่าปัจจุบันใช้รถลักษณะไหนเป็นหลักคะ”

“ถ้าทราบเรื่องที่คุณลูกค้ากังวลเป็นพิเศษ ดิฉันจะได้ช่วยเตรียมข้อมูลที่ตอบโจทย์ให้ครบถ้วนมากขึ้นค่ะ”

“เพื่อช่วยให้คุณลูกค้าเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น ขอทราบว่าตอนนี้กำลังพิจารณารุ่นหรือแบรนด์อื่นร่วมด้วยไหมคะ”

🌟 Ask Naturally
ถามอย่างเป็นธรรมชาติ

ไม่ถามเป็น Checklist ยาว ๆ แต่แทรกคำถามในบทสนทนาอย่างนุ่มนวล เหมือนการพูดคุยเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่การสอบถามข้อมูล ทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจและเปิดใจมากขึ้น

ตัวอย่างคำถาม

“จากที่คุณลูกค้าสนใจเรื่องความปลอดภัย แสดงว่าน่าจะใช้รถกับครอบครัวบ่อยใช่ไหมคะ”

“รุ่นนี้มีหลายท่านสนใจเพราะขับนุ่มและมีเทคโนโลยีช่วยขับ คุณลูกค้าให้ความสำคัญกับเรื่องไหนมากกว่ากันคะ”

“ฟังจากที่คุณลูกค้าเล่า ดูเหมือนว่าความสะดวกในการใช้งานทุกวันเป็นเรื่องสำคัญมาก ใช่ไหมคะ”


ถ้าสังเกต มันคือการชวนคุยค่ะ

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้รูปแบบคำถาม คือ

💥 "Context" บริบทของการสนทนา
สีหน้า แววตา น้ำเสียง จังหวะการพูด อารมณ์ และ เราต้องตั้งใจฟังเค้าจริง ๆ

รวมถึงฟังในสิ่งที่เค้าไม่ได้พูดออกมาด้วย หมายความว่า อ่านใจเค้าให้ออก บางที เค้าเองไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ว่าเค้ากำลังกังวลเรื่องนี้อยู่

เคยคุย สัมภาษณ์ลูกค้ายาวนานถึง 2 ชั่วโมงเลยนะ จากการพบกันครั้งแรก
ลูกค้าบอกว่า รู้สึกเหมือนเรารู้จักกันมาเป็น 10 ปีเลยนะ

แล้วเค้าก็ถามซื้อเอง ปิดการขายเองเลย จบ

วิธีการนี้ ใช้ได้ดีมาโดยเฉพาะกับสินค้า/บริการ ที่เป็นสินค้า Premium, Luxury, Product ทางการเงิน, สินค้ามูลค่าสูง, สินค้า Technical, ยา, เครื่องมือแพทย์, สินค้าวิศวกรรม....

ลองเอาไปปรับใช้ดูนะคะ

พบกันนะคะ Mercedes 8 รุ่น ค่ะ 😍

#อาจารย์หวาน


✨ Talent ไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการได้ “คิด–ลอง–ทำ–ตัดสินใจ” กับโจทย์จริงได้โจทย์มาให้ออกแบบห...
18/08/2026

✨ Talent ไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการได้ “คิด–ลอง–ทำ–ตัดสินใจ” กับโจทย์จริง

ได้โจทย์มาให้ออกแบบหลักสูตร
"Talent Development through Startup Hackathon" 🚀

โจทย์สำคัญคือ เราจะสร้าง Talent ให้มากกว่าการเป็น “คนเก่งในงานประจำ” ได้ยังไง...

แต่ทำให้เขากลายเป็นคนที่ มองเห็นโอกาส คิดเชิงกลยุทธ์ กล้าสร้างสิ่งใหม่ และเปลี่ยน Idea ให้เกิดขึ้นจริง

รูปแบบ Startup Hackathon จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันคิดไอเดีย

แต่เป็น Learning Journey ที่พาผู้เรียนตั้งแต่

🔹 มองหา Opportunity และเลือก Idea ที่มีศักยภาพ

🔹 เข้าใจ Customer / User และ Pain Point ที่แท้จริง

🔹 ออกแบบ Solution และ Value Proposition ที่แตกต่าง

🔹 พัฒนา Business & Marketing Strategy

🔹 สร้าง Project ที่พร้อมนำไปทดลองจริง

🔹 และสุดท้าย…
เพื่อให้ผู้บริหารและ Stakeholders เห็นคุณค่าและพร้อมสนับสนุน

เพราะการพัฒนา Talent ที่ดีที่สุด
อาจไม่ใช่การบอกเขาว่า “ต้องคิดอย่างไร”

แต่คือการสร้างพื้นที่ให้เขา
ได้คิดเอง ตัดสินใจเอง ทดลองเอง และเรียนรู้จากผลลัพธ์จริง

จาก Talent 👉 Intrapreneur 👉 Future Leader 🌱🚀

13/08/2026

สนุกกันใหญ่ 😆 เริ่มต้นด้วย Ambiguous Project โปรเจกต์ที่เริ่มต้นจากโจทย์กว้าง ๆ หรือปัญหาที่ยังไม่ชัด และต้องค้นหาให้เจอว่า “ปัญหาจริงคืออะไร” ก่อนจะสร้าง solution

โจทย์เหล่านี้ยัง ambiguous เพราะยังไม่รู้ชัดว่าใครคือ customer หลัก, pain point จริงคืออะไร, ปัญหารุนแรงแค่ไหน, solution แบบไหนเหมาะ และลูกค้าจะยอมจ่ายหรือไม่

ดังนั้นใน Startup การทำ Ambiguous Project คือการเดินทางจาก
Ambiguity → Discovery → Validation → Clear Opportunity → Business Model

เช่น เริ่มจาก
“How might we improve the learning experience for university students?”
จากนั้นจึงทำ Customer Interview → หา Pain Point → Define Persona → Test Assumption → Prototype → Validate Business Model

“An ambiguous project is a startup project that begins with an unclear problem or opportunity. The team must explore, validate, and gradually define what problem is worth solving and for whom.

“Startup ไม่ได้เริ่มจากคำตอบที่ชัด แต่เริ่มจากพื้นที่ปัญหาที่ยังไม่ชัด แล้วค่อยค้นหา Problem–Customer–Solution ที่ใช่”



Final Examination with Melanie Martinelli  💕“The Transfer Designer Certification Program”Another meaningful learning jou...
11/08/2026

Final Examination with Melanie Martinelli 💕
“The Transfer Designer Certification Program”

Another meaningful learning journey for me as a trainer.

As trainers, we always want to create programs that are not only interesting in the classroom, but also truly useful for learners... something they can take back, apply, and create real change in their work and organization.

And from Mel, I found such a simple, systematic, and practical way to make that happen !

There were so many moments during this program when I thought…

“Oh… this is what I’ve been looking for.” 😊

After many years of being a trainer, it is always wonderful to discover that there is still so much more to learn, rethink, and improve.

And my little question to Mel is…

"Why didn’t I meet you earlier? " 😆💛

So grateful for this journey, and I can’t wait to bring what I’ve learned into my future programs and hopefully make every learning experience a little more meaningful.

Thank you Mel 😍💕

ที่อยู่

988/222 ถนนสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา
Bangkok
10110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Pitch 100 ล้าน By ดร. หวาน โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์