BOOM FINEX - ประกันและการเงินส่วนบุคคล

BOOM FINEX - ประกันและการเงินส่วนบุคคล

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก BOOM FINEX - ประกันและการเงินส่วนบุคคล, ที่ปรึกษาทางการเงิน, Bangkok.

การลงทะเบียนเข้าร่วมฟังสัมมนา "Retirement Plan” 09/08/2025

ซีรี่วางแผนการเงินส่วนบุคคลครั้งที่ 3 ของปีครับ

รอบนี้ชวนมาฟังผมคุยเรื่องการวางแผนเกษียณ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมชอบสุดและเคยบรรยายไปแล้วหลายรอบ

กลับมาคราวนี้ออกแบบใหม่ไม่ต้องใช้ excel จะสอนกดเครื่องคิดเลขคำนวณแทน ปรับให้ทำตามได้ง่ายขึ้น เพราะอยากให้เอาไปใช้ได้จริงกันทุกคน

ฟังฟรี! ลงทะเบียนตามลิ้งนี้เลยครับ ระบุอีเมล์ให้ถูกนะ เพราะลิ้งเข้าฟังจะส่งให้ทางเมล์ครับ

การลงทะเบียนเข้าร่วมฟังสัมมนา "Retirement Plan” วันเวลาการจัดกิจกรรม: อาทิตย์ 17 สิงหาคม 2568, 10.00 - 12.00 ช่องทางการเข้าร่วม: GOOGLE MEET จะทำการส่งลิงค์เข้าร่วมห้องสัมมนาใ....

การลงทะเบียนเข้าร่วมฟังสัมมนา "วางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาฉบับเข้าใจง่าย" 03/05/2025

ซีรี่วางแผนการเงินส่วนบุคคล
ครั้งที่ 2 ของปีนี้ครับ

ครั้งนี้มาชวนวางแผน
"ภาษีเงินได้ส่วนบุคคล" ตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ต้องไปรีบเร่งทำเอาตอนปลายปี

เนื้อหาการบรรยาย

❔ ️อะไรบ้างที่นับเป็นเงินได้
🧮 พาคำนวณภาษีเองอย่างแม่นยำ
💰 เราจะประหยัดภาษีของเราได้อย่างไร
✅️ ทางเลือกในการประหยัดภาษีและวิธีการเลือกให้เหมาะสมกับตัวเรา

เข้าฟังฟรีผ่านระบบ google meet ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับลิ้งเข้าฟังจากลิ้งในคอมเม้นได้เลยครับ

#บูมฟินเน็กซ์ #วางแผนภาษี #วางแผนการเงิน

การลงทะเบียนเข้าร่วมฟังสัมมนา "วางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาฉบับเข้าใจง่าย" วันเวลาการจัดกิจกรรม: 17 พฤษภาคม 2568, 10.00 - 12.00 ช่องทางการเข้าร่วม: จะทำการส่งลิงค์เข้าร่วมห้องสัมมนาให้ในวันที่ 16 ....

31/12/2024

สวัสดีปีงู 2568 ครับโพ้มม!

ขอให้สุขภาพดีทั้งกาย ใจ และการเงินด้วยนะครับ

#บูมฟินเน็กซ์ #วางแผนการเงิน #สวัสดีปีใหม่

23/11/2024

คุณเป็นนักลงทุนแบบไหน?

พูดถึงการลงทุนก็ต้องคิดถึงเรื่องผลตอบแทนกับความเสี่ยงที่กอดคอกันมาเลย

คงจะเคยได้ยินคำว่า high risk, high return หรือยิ่งเสี่ยงมากก็ยิ่งมีโอกาสได้ผลตอบแทนมากใช่มั้ยครับ แต่วันนี้จะไม่ได้พูดเรื่องนี้ เพราะในความเป็นจริงไม่ใช่ทุกคนที่จะมองความสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนกับความเสี่ยงแบบนี้เสมอไป ส่วนจะมีแบบไหนบ้าง มาดูกันเลย

1. นักลงทุนผู้เกลียดชังความเสี่ยง
คนกลุ่มนี้ไม่ชอบความเสี่ยง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่กล้าเสี่ยงนะครับ แต่หมายถึงว่า หากพวกเขาต้องเสี่ยงเพิ่ม ก็น่อมต้องได้รับผลตอบแทนที่ทำให้รู้สึกคุ้มค่าด้วยเช่นกัน นักลงทุนกลุ่มนี้น่าจะเรียกว่าเป็นนักลงทุนตามทฤษฎีเลย คือถ้ายิ่งเสี่ยงยิ่งต้องได้ผบตอบแทนสูงนะ ถึงจะยอมลงทุน ดังนั้นเวลาเลือกลงทุนต้องมีการเปรียบเทียบผลตอบแทนกับความเสี่ยงก่อนว่าทางเลือกไหนให้ผลตอบแทนคุ้มเสี่ยงมากที่สุด

2. นักลงทุนผู้ไม่สนความเสี่ยง
คนกลุ่มนี้ถามหาแค่ว่า ผลตอบแทนเป็นเท่าไร? โดยไม่สนใจความเสี่ยงเลย เรียกว่าถ้ามีการลงทุนให้เลือก ก็จะมองหาแค่ทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดโดยไม่สนใจว่าทางเลือกนั้นจะเสี่ยงแค่ไหน คุ้มค่ากับที่ได้ผลตอบแทนกลับมาหรือไม่ เรียกว่าไม่มองข้อมูลด้านความเสี่ยงเลยนั่นเอง

3. นักลงทุนผู้มองหาความเสี่ยง
คนกลุ่มนี้ชอบความเสี่ยงยิ่งนัก ยิ่งเสี่ยงยิ่งดี อาจเรียกได้ว่าไม่สนใจอัตราผลตอบแทนเลยก็ว่าได้ พูดอย่างนี้อาจจะงงว่า อ้าว ลงทุนจะไม่สนใจอัตราผลตอบแทนได้ยังไง ก็เพราะคนกลุ่มนี้เชื่อว่าพวกเขาสามารถหาผลประโยชน์จากความเสี่ยงของการลงทุน เก็งกำไรจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ได้นั่นเอง นักลงทุนกลุ่มนี้จึงสนใจเฉพาะการลงทุนที่เสี่ยง ยิ่งเสี่ยงยิ่งชอบ ราคาผันผวนมากยิ่งดี

รู้จักนักลงทุนทั้ง 3 แบบแล้ว คิดว่าแบบไหนน่าจะเวิร์คสุดครับ? ทีนี้ลองย้อนดูตัวเราเองว่าเราเป็นแบบไหนอยู่ ที่ผ่านมาเราตัดสินใจลงทุนแบบไหน ตรงกับที่คิดว่าควรจะเป็นมั้ยครับ?

#ลงทุน #ออมเงิน #วางแผนการเงิน #บูมฟินเน็กซ์

19/08/2024

วันก่อนมีคนถามว่า "กังวลเรื่องมะเร็งมั้ย?"
เพราะเค้าบอกว่ามีคนใกล้ตัวที่อายุน้อยกว่าเพิ่งเป็นมะเร็ง เค้าเลยกังวลว่าจะเป็นมะเร็งหรือโรคร้ายแรงบ้าง

ผมคิดว่ามันเป็นคำถามทั่วไปมากๆ แต่พอเริ่มคิดคำตอบกลับรู้สึกว่าน่าสนใจผิดคาด

คือพอถามว่า "กังวัลมั้ย?" เลยคิดต่อไปว่าทำไมเราถึงกังวล? นั่นก็น่าจะเพราะว่าการเป็นโรคร้ายแรงส่งผลกระทบกับชีวิตเราใน 2 ประเด็นหลักๆ

ประเด็นที่ 1 คือส่งผลกระทบด้านร่างกายและจิตใจ แน่นอนว่าถ้าเป็นมะเร็งหรือโรคร้ายแรงขึ้นมา มันก็คงต้องเจ็บต้องปวด ไม่ว่าจากอาการของโรคหรือจากกระบวณการรักษาก็ตาม ซึ่งความเจ็บปวดมันอาจจะไม่หยุดอยู่แค่ร่างกาย แต่อาจจะลามไปบั่นทอนจิตใจเราด้วย
ทีนี้เราทำอะไรได้บ้าง? ส่วนตัวก็คิดว่าถ้านอกจากพยายามดูแลสุขภาพกายใจให้ดีเข้าไว้ เพื่อลดโอกาสที่จะเป็นโรคพวกนี้ มันคงทำอะไรมากไม่ได้ เพราะมันก็คงต้องเป็นไปอย่างที่มันเป็น
ผมเคยอ่านหนังสือเล่มนึง เป็นซีรี่ประวัติศาสตร์โหด มัน ฮา ตอนสงครามโลก ในหนังสือเขียนว่าพวกว่าทหารที่ไปรบมีทัศนคติว่า ไปรบมี 2 อย่างคือ ปลอดภัยกับบาดเจ็บ ถ้าปลอดภัยก็แล้วไป ถ้าบาดเจ็บก็มี 2 อย่างคือ เจ็บน้อยกับเจ็บมาก ถ้าเจ็บน้อยก็แล้วไป ถ้าเจ็บมากก็มี 2 อย่างคือรอดกับตาย ถ้ารอดก็แล้วไป ส่วนถ้าตาย ... ก็ต้องแล้วไปอยู่ดี

ประเด็นที่ 2 คือผลกระทบด้านการเงิน เป็นอีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กัน ถ้าต้องเจ็บปวดทางกายทางใจ แล้วยังต้องมากลุ้มกับเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษา รายได้ที่ขาดหายไปในช่วงพักรักษาตัวซึ่งอาจจะส่งผลกระทบไม่ใช่แค่กับตัวเราเอง แต่ลามไปถึงครอบครัวและคนที่เรารักด้วย เราว่ามันคงไม่ดีแน่

แต่ส่วนสำคัญสำหรับประเด็นผลกระทบทางการเงินนี้คือเราสามารถเตรียมแผนรับมือได้ด้วยการวางแผนการเงิน หลักคือเมื่อมีความเสี่ยง เราสามารถประเมินได้ว่าความเสี่ยงนั้นมี "โอกาส" และ "ความรุนแรง" มากน้อยเพียงใด ซึ่งทางเลือกในการจัดการความเสี่ยงหลักๆ มี 2 แบบคือ "รับไว้เอง" กับ "โอนความเสี่ยง"

การรับความเสี่ยงไว้เอง ก็คือการเตรียมสำรองเงินเอาไว้จัดการเมื่อเหตุเกิดขึ้น ทางเลือกนี้เหมาะกับความเสี่ยงที่ โอกาสเกิดมาก และ รุนแรงน้อย

การโอนความเสี่ยง ก็คือการทำประกันนั่นเอง คือเรายอมจ่ายเบี้ยจำนวนน้อยเพื่อว่าเมื่อเกิดเหตุขึ้น บริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนั้นให้เรา ซึ่งทางเลือกนี้เหมาะอย่างยิ่งกับความเสี่ยงที่ โอกาสเกิดน้อย และ รุนแรงมาก อย่างเช่นการเป็นมะเร็งหรือโรคร้ายแรงนี่เอง

สรุปคือถ้าถามผมว่า "กังวลเรื่องมะเร็งมั้ย?" ผมก็คงตอบว่าไม่กังวลเท่าไร เพราะทางด้านกายใจมันก็ต้องเป็นไปอย่างนั้นเอง จะกังวลไปก็ไม่ช่วยอะไรขึ้นมา ส่วนทางด้านการเงิน เราก็มีการวางแผนเตรียมไว้แล้ว

ใครมีความคิดยังไงบ้าง แชร์กันได้นะฮะ

#บูมฟินเน็กซ์ #วางแผนการเงิน #ประกัน #มะเร็ง #โรคร้ายแรง

31/08/2023

10 เหตุผล ที่ทำให้คนตัดสินใจเริ่มวางแผนการเงิน

CFP Board ได้สอบถามจากลูกค้าที่ใช้บริการวางแผนการเงิน ถึงเหตุผลที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจเริ่มวางแผนการเงิน ซึ่งได้ผลดังนี้

1. สะสมเงินสำหรับวัยเกษียณ
สังคมปรับเปลี่ยนจากการพึ่งพาลูกหลานยามเกษียณมาเป็นพึ่งพาตนเองมากขึ้น แน่นอนว่าจะพึ่งพาตนเองได้ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า การที่จะสามารถใช้ชีวิตอีกเป็นสิบๆ ปี โดยไม่มีรายได้จากการทำงานแล้ว จำเป็นจะต้องวางแผนล่วงหน้าอย่างเหมาะสม

2. ซื้อบ้านหรือปรับปรุงบ้าน
บ้านเป็นทรัพย์สินขนาดใหญ่และสำคัญชิ้นหนึ่งในชีวิต การมีบ้านเป็นของตนเองซักหลังเป็นความฝันสูงสุดสำหรับหลายๆ คน แน่นอนว่าคนทั่วไปไม่สามารถซื้อบ้านได้ง่ายดายเหมือนเดินไปซื้อไอติมหน้าปากซอย แต่จำเป็นต้องมีการออมเงิน การขอสินเชื่อและวางแผนการผ่อนชำระไม่ให้รายรับ-รายจ่ายมีปัญหา จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนทางการเงินอย่างเหมาะสม

3. ต้องการมีเงินสำรองยามฉุกเฉิน
เงินสำรองฉุกเฉินเป็นเงินออมขั้นต้นที่ทุกคนต้องมี เพื่อใช้จัดการกับความเสี่ยงในชีวิตหลายประการ สำหรับบางคนการเก็บออมอาจจะเป็นเรื่องที่ง่ายดายปานหายใจเข้าออก แต่สำหรับอีกหลายคน รู้ว่าควรจะต้องเก็บออมแต่ก็ไม่เคยทำได้เสียที การวางแผนการเงินจึงเข้ามามีบทบาทช่วยให้พวกเขาสามารถเริ่มออมเงินได้เสียที

4. บริหารหนี้สิน หรือต้องการลดภาระหนี้สิน
หนี้สิน สินเชื่อ เกี่ยวข้องกับดอกเบี้ยและภาระการผ่อนชำระ กระแสเงินสดที่เกิดในแต่ละเดือน การวางแผนทางการเงินสามารถช่วยจัดการหนี้สินได้อย่างเหมาะสม ทำให้ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยมากเกินควร ในขณะที่ยังคงสมดุลรายรับ-รายจ่ายในแต่ละเดือนได้อย่างเหมาะสม

5. พักผ่อน ท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวอาจต้องใช้เงินจำนวนมาก เช่นการไปเที่ยวทริปยาวๆ หรือการไปท่องเที่ยวต่างประเทศ เมื่อต้องใช้เงินมากก็ต้องเก็บออมกันล่วงหน้า หากวางแผนไม่ดี เที่ยวเสร็จอาจต้องกลับมาทำงานหนักกว่าเดิมเพื่อชดใช้กรรมจากหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสดที่คิดดอกเบี้ยมหาโหดโดยไม่จำเป็น

6. การศึกษาบุตร
ลูกเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตสำหรับพ่อแม่และการศึกษาก็ช่วยให้ลูกของเรามีโอกาสในชีวิตที่ดีกว่า แน่นอนว่ากว่าลูกของเราจะเรียนจบมาทำงานหาเงินพึ่งพาตนเองได้ มีค่าใช้จ่ายระหว่างทางมากมายที่พ่อแม่ต้องเตรียมไว้ การวางแผนการเงินช่วยการันตีว่าลูกจะได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสม คุ้มครองอนาคตของลูกเราได้อย่างมั่นคง

7. ต้องการให้ทรัพย์สินงอกเงย
พอเริ่มมีเงินออม เราก็อยากให้เงินทำงาน อยากให้เงินที่มีอยู่งอกเงย แต่ทางเลือกในการลงทุนก็มีมากมาย อะไรดีไม่ดี เหมาะสมกับเราหรือไม่ จำเป็นต้องวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ทรัพย์สินที่เราเก็บหอมรอมริบมาอย่างยากลำบากงอกเงยได้อย่างมั่นคง ไม่สูญหายไปด้วยเหตุอันไม่พึงประสงค์

8. ต้องการประกันความเสี่ยง
คนเรามีความเสี่ยงมากมายที่ต้องเผชิญ ทั้งด้านชีวิต สุขภาพ ทรัพย์สิน เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่พึงปรารถนา อาจจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อมาจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้น การวางแผนที่เหมาะสมสามารถช่วยป้องกันหรือลดผลลัพธ์เชิงลบที่จะเกิดขึ้นกับทั้งตัวเราเองและคนที่เรารักได้

9. ลดภาระภาษี
สิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้นอกจากความตายก็ภาษีนี่ล่ะ แต่ถึงแม้จะเลี่ยงไม่ได้แต่เราสามารถทำให้ลดลงได้ ด้วยการวางแผนอย่างเหมาะสม หลักการวางแผนภาษีคือต้องถูกต้องและถูกตังค์ คือทำถูกกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่เราเสียเงินน้อยลงหรือช้าลง

10. ต้องการสร้าง passive income
ทำงานหาเงินมันเหนื่อย อยากเหนื่อยน้อยลงก็ต้องมี passive income สร้างรายได้ให้เราโดยที่ไม่ต้องเอาแรงไปแลก แต่จะมี passive income ได้ก็มีกระบวณการ การวางแผนทางการเงินก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสร้าง passive income ได้อย่างเหมาะสม

จะเห็นว่ามีหลายเหตุผลด้วยกันที่ทำให้แต่ละคน "เริ่ม" วางแผนการเงิน ซึ่งในความเป็นจริง ทุกคนควรจะต้องวางแผนการเงินกันทั้งนั้นเพียงแต่ว่าจะมีอะไรดลใจให้ได้ "เริ่ม" เมื่อไรเท่านั้น ก็ขอให้วันที่ตัดสินใจเริ่มวางแผนการเงิน จะยังไม่สายเกินไปนะครับ

#บูมฟินเน็กซ์ #วางแผนการเงิน #ที่ปรึกษาการเงินAFPT

ลงทะเบียนคอร์สเรียน “เริ่มต้นวางแผนเกษียณ เพื่อชีวิตดีๆ ในวันข้างหน้า” 19/05/2023

วางแผนเกษียณกันรึยัง?
เข้าฟังฟรี! ลงทะเบียนล่วงหน้าตามลิ้งนี้เลยครับ
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSefSn16RybxNaS72vfWd_CDIjwm-8fbjXlPmQeVDJaJzcdk3w/viewform

#บูมฟินเน็กซ์ #วางแผนเกษียณ

ลงทะเบียนคอร์สเรียน “เริ่มต้นวางแผนเกษียณ เพื่อชีวิตดีๆ ในวันข้างหน้า” วันอาทิตย์ที่ 21 พ.ค. 2566 เวลา 09.30 ถึง 12.00

08/04/2023

เทศกาลท่องเที่ยวมาถึงแล้ว AIA ใจดีแจกฟรี! ประกันอุบัติเหตุ แค่กรอกข้อมูลลงทะเบียนแปบเดียวก็อุ่นใจไปเต็มๆ รีบไปตำกันเล้ย

https://www.aia.co.th/th/campaigns/freepa/cus?bannerID=Web_PA&cmpid=thdm-freepask23-0

28/03/2023

ทำไมใช้เงินฟุ่มเฟือยจังเลยล่ะ? ประหยัดหน่อยสิ
เงินชั้นก็หามาเองจะใช้ยังไงก็เรื่องของชั้นสิ

เรื่องเงินๆ ทองๆ ไม่เข้าใครออกใคร แน่นอนว่าสำหรับชีวิตคู่ก็เหมือนกัน สมัยเป็นแฟนคบกันเฉยๆ อาจจะยังไม่มีปัญหาอะไร แต่พอใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆ แล้วย่อมต้องมีความรับผิดชอบบางอย่างร่วมกัน แล้วต่างคนต่างก็เติบโตมาแตกต่างกัน อาจมีทัศนคติ มีมุมมองเรื่องเงินแตกต่างกันซึ่งนำไปสู่ความไม่เข้าใจกันได้

พอพูดว่าวางแผนร่วมกัน ย่อมต้องมีคำว่า "เรา" มากขึ้นและมีความว่า "ฉัน" และ "เธอ" น้อยลง แต่แค่ไหนคือความพอดี? ทำอย่างไรถึงจะวางแผนร่วมกันได้โดยที่ต่างคนต่างยังมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองอยู่? คำแนะนำของผมคือส่วนที่ต้องวางแผนร่วมกันจริงๆ มีอยู่ 2 ส่วนด้วยได้ นั่นคือ

1. วางแผนค่าใช้จ่ายร่วมกัน
ส่วนนี้เราจะคิดเฉพาะค่าใช้จ่ายที่มีร่วมกันเท่านั้น อาทิ ค่าเช่าบ้านหรือผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำ ไฟ สาธารณูปโภคต่างๆ รวมไปถึงค่าของแห้ง ของที่เราไปซื้อจากซูเปอร์มาเก็ตเพื่อมาใช้ในบ้านร่วมกัน ลองเขียนรายการค่าใช้จ่ายเหล่านี้ออกมาให้หมด ซึ่งต้องแล้วแต่ครอบครัวด้วย บางครอบครัวบอกว่ามีรถคนละคัน ต่างคนต่างรับผิดชอบรถของตัวเอง กรณีนี้ค่าผ่อนรถก็อาจจะไม่ได้นับว่าเป็นค่าใช้จ่ายร่วม แต่เป็นของส่วนตัวของใครของมัน
พอมีรายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ก็แบ่งความรับผิดชอบกันไป อาจจะหารกันครึ่งๆ หรือแบ่งตามสัดส่วน เธอเงินเดือนเยอะกว่า เธอช่วยจ่ายเยอะหน่อยได้มั้ย หรือแบ่งรายการกันไป เช่นเธอผ่อนบ้าน เดี๋ยวชั้นจ่ายค่าสาธารณูปโภคกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกจากนี้อาจตกลงกันว่าจะจ่ายอย่างไร เช่น ใครรับผิดชอบอะไรก็ไปจ่ายเอง หรือว่าจ่ายเข้ามากองกลางแล้วใครคนหนึ่งรับผิดชอบเอาเงินกองกลางไปจ่าย ก็แล้วแต่จะตกลงกัน

2. วางแผนการออมร่วมกัน
เมื่อคนสองคนตกลงจะใช้ชีวิตร่วมกัน ย่อมต้องคาดหวังว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันในระยะยาว และมีเป้าหมายในชีวิตบางอย่างร่วมกันด้วย ซึ่งเป้าหมายนั้นมักจะมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ เช่น อยากจะมีลูกด้วยกัน สมัยนี้มีลูกซักคนก็มีค่าใช้จ่ายไม่น้อย ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ ค่าคลอด ค่าเลี้ยงดู อาจจะต้องปรับปรุง/ต่อเติมบ้าน ซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติม ไปจนถึงค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ทั้งหมดทั้งมวลแล้วอาจต้องออมเงินไว้แต่เนิ่นๆ หรือว่าขณะนี้ยังเช่าบ้านอยู่ด้วยกัน แต่ฝันว่าวันหนึ่งข้างหน้าจะมีบ้านเป็นของตัวเองซักหลัง ก็คงต้องช่วยกันเก็บออม ไปจนถึงการวางแผนเพื่อวัยเกษียณร่วมกัน หลังเกษียณจะอยู่ร่วมกันอย่างไร อยู่ในเมืองหรือนอกเมือง จะใช้เงินเท่าไร ต้องเก็บเงินไว้เท่าไร
เมื่อมีเป้าหมายแล้ว ประเมินยอดเงินที่ต้องการเพื่อให้เป้าหมายเป็นจริงแล้ว ก็มาแบ่งงานกันอีกที ใครจะต้องออมเท่าไร ออมอย่างไรคุยตกลงกันให้ชัดเจน

จะเห็นว่าถ้าหากได้วางแผนทั้ง 2 ประเด็นนี้ร่วมกันแล้ว ย่อมเท่ากับต่างฝ่ายต่างมีส่วนรับผิดชอบอย่างชัดเจน เงินส่วนที่เหลือย่อมเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะบริหารจัดการ ในเมื่อชั้นจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนของชั้นแล้ว ออมเข้ากองกลางตามที่ตกลงแล้ว ส่วนที่เหลือชั้นจะซื้ออะไรก็ไม่น่าจะเป็นประเด็นรึเปล่า บางคู่บอกว่าไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองได้เงินเดือนเท่าไร ก็ไม่เป็นไร ก็เอาแค่ส่วนกลางนี่จะจ่ายเท่าไร จะออมเท่าไรก็แล้วกัน ได้เท่าไรเหลือเท่าไรไม่ต้องแจกแจงกันก็ได้

อันที่จริงความสัมพันธ์ก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ส่วนตัวผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือการสื่อสาร ยิ่งพูดกันยิ่งเข้าใจ อย่าให้ต่างฝ่ายต่างคิดไปเองจนสุดท้ายกลายเป็นปัญหาที่แก้ไขไม่ทัน
ใครมีความคิดเห็นหรือมีเทคนิคอย่างไรก็แชร์กันได้นะครับ อยากรู้เหมือนกันว่าแต่ละบ้านมีปัญหา หรือมีวิธีการจัดการอย่างไรกันบ้าง

#บูมฟินเน็กซ์ #การเงินส่วนบุคคล #ชีวิตคู่

Boom Finex - Your Financial Advisor 14/02/2023

บูมฟินเน็กซ์มีเว็บไซต์แล้วนะ! 😍
เป็นเว็บไซต์เล็กๆ ที่จะแนะนำให้รู้จักเราและบริการของเรามากขึ้น
เข้าไปเยี่ยมชมกันได้เล้ย

Boom Finex - Your Financial Advisor ที่ปรึกษาการเงิน AFPT ให้คุณบรรลุทุกเป้าหมายในชีวิต ด้วยความรู้ทางการเงินที่ถูกต้องและแผนการเงินที่เหมาะ.....

06/02/2023

เข้าสู่เดือนแห่งความรัก บูมฟินเน็กซ์ชวนมาบอกรักผ่านกรมธรรม์ประกันชีวิต

บอกคนที่คุณรักและห่วงใยว่าคุณจะดูแลเค้าแม้ในวันที่คุณต้องจากไป

"รักลูกนะ ถ้าพ่อ/แม่ต้องจากไป กรมธรรม์ฉบับนี้จะยังคงมอบความเป็นอยู่ที่ดีและการศึกษาที่ดีให้ลูกต่อไปนะ"

"รักเธอนะ ถ้าฉันไม่ได้อยู่ร่วมสร้างฝันตามที่เราหวังไว้ อย่างน้อยกรมธรรม์นี้จะไม่ปล่อยให้เธอต้องแบกรับภาระหนี้สินที่เราสร้างด้วยกันต่อไปคนเดียว"

"รักพ่อกับแม่นะ ถ้าผม/หนูไม่มีโอกาสได้ดูแลพ่อกับแม่ด้วยตัวเอง อย่างน้อยให้กรมธรรม์ฉบับนี้ช่วยดูแลต่อนะ"

มาบอกรักให้ชัดเจน วางแผนประกันกับบูมฟินเน็กซ์ในเดือนแห่งความรักกันนะครับ

#บูมฟินเน็กซ์ #วางแผนประกัน #บอกรักด้วยประกันชีวิต #วาเลนไทน์ #ประกันชีวิต

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง นักบัญชี ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ทีมทำอาหาร

เสื้อผ้า

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok