14/03/2026
หน้าตาการเงินในวันที่คุณเสียชีวิต
ลองจินตนาการถึงคนวัยทำงานคนหนึ่ง
อายุ 25 ปี เงินเดือน 25,000 บาท
ตั้งใจออมเงินเดือนละ 2,000 บาท เพื่อสร้างความมั่นคงให้ชีวิต
ถ้าชีวิตดำเนินไปตามปกติ เงินออมปีละ 24,000 บาท
ผ่านไป 15 ปี เมื่ออายุ 40 ปี จะมีเงินเก็บประมาณ 300,000 – 384,000 บาท
แต่ถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิด และต้องจากไปในวัย 40 ปี
เงินก้อนนี้อาจแทบไม่เหลืออะไรเลย
เพราะเพียงแค่ ค่าจัดงานศพ ก็อาจใช้ไปประมาณ 300,000 บาท
นั่นหมายความว่า เงินเก็บที่สะสมมาทั้งชีวิต
อาจหายไปแทบทั้งหมดในช่วงเวลาไม่กี่วัน
แต่สิ่งที่ใหญ่กว่านั้นคือ รายได้ที่หายไป
ถ้าคนคนนี้ยังสามารถทำงานต่อจนถึงอายุ 60 ปี
รายได้ที่ครอบครัวจะเสียไป มีมูลค่าประมาณ เกือบ 6 ล้านบาท
และนี่เป็นเพียงการคำนวณแบบง่าย ๆ
โดยสมมติว่า เงินเดือนไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย
แต่ในโลกความจริง เงินเดือนมักเพิ่มขึ้นทุกปี
ถ้าสมมติว่าเพิ่มเฉลี่ย 3% ต่อปี
วันที่จากไปตอนอายุ 40 ปี
รายได้ที่หายไปจะไม่ใช่ 6 ล้านบาท
แต่จะกลายเป็น มากกว่า 12 ล้านบาท
นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนเลือกใช้ ประกันชีวิต เป็นเครื่องมือทางการเงิน
ตัวอย่างเช่น
หากทำประกันชีวิต ทุนประกัน 1,000,000 บาท
ตั้งแต่วันที่ทำประกัน
ครอบครัวจะมี เงินก้อน 1 ล้านบาททันที
ไม่ต้องกังวลว่า
เงินเก็บที่มีอยู่จะพอจ่ายค่าจัดงานศพหรือไม่
หรือครอบครัวจะมีเงินใช้จ่ายต่อไปได้แค่ไหน
ประกันชีวิตจึงไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความตาย”
แต่คือ การวางแผนการเงินให้กับคนที่เรารัก
หลายคนอาจถามว่า
ถ้าทำประกันชีวิตแล้ว สุดท้ายไม่เกิดอะไรขึ้น จะทำอย่างไร
ความจริงคือ
เราไม่มีทางรู้เลยว่า อีกหนึ่งชั่วโมง วันพรุ่งนี้ หรือปีหน้า ชีวิตจะเป็นอย่างไร
ประกันชีวิตจึงเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
ที่ ไม่สามารถทดลองใช้ก่อนได้
สิ่งที่เราทำได้ มีเพียงการวางแผนล่วงหน้า
และถ้าวันหนึ่งคุณรู้สึกว่า
ประกันชีวิต ไม่จำเป็นแล้ว
คุณก็ยังสามารถ เวนคืนกรมธรรม์เพื่อรับเงินคืน ได้
หรือหากช่วงหนึ่งของชีวิต
เกิดปัญหาทางการเงิน
คุณยังสามารถ กู้เงินจากกรมธรรม์ของตัวเอง มาใช้ได้เช่นกัน
ท้ายที่สุดแล้ว
ประกันชีวิตอาจไม่ใช่สิ่งที่เราหวังว่าจะได้ใช้
แต่ถ้าวันหนึ่งมันต้องถูกใช้จริง
มันอาจเป็น สิ่งที่ช่วยเปลี่ยนอนาคตของครอบครัวคุณได้ทั้งหมด
ัน
09/03/2026
FA Great-Grad Day 2026 🎓 จบหลักสูตร Financial Advisor จาก AIA อย่างเป็นทางการ ขอบคุณช่วงเวลา 12 เดือนที่ได้เรียนรู้ครับ
ี่AIA
10/11/2025
💊 รู้ก่อนซื้อ! ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย VS ประกันโรคร้ายแรง ต่างกันยังไง?
🏥 ปัจจุบันค่ารักษาพยาบาลค่อนข้างสูง ค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ “ประกันสุขภาพ” กลายเป็นสิ่งจำเป็น เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย แถมยัง ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท/ปี
💼 ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายคืออะไร สำคัญแค่ไหน
ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย คือ ประกันที่ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามจริง ทั้งแบบผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD)
มีวงเงินคุ้มครองตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาทต่อปี
เช่น AIA Health Happy ที่ช่วยให้เข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาล
ไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่าย จะผ่าตัดใหญ่หรือเจ็บป่วยเล็กน้อยก็อุ่นใจ
📌 เหมาะกับคนที่อยากมีความคุ้มครองครอบคลุมทุกโรค
และต้องการเข้าถึงการรักษาที่รวดเร็ว ทันสมัย และสะดวกสบาย
❤️ รู้จักประกันโรคร้ายแรง จุดเด่น และสิทธิประโยชน์ ประกันโรคร้ายแรง (Critical Illness) เน้นคุ้มครองโรคร้ายแรงโดยเฉพาะ เช่น มะเร็ง หัวใจ หลอดเลือดสมอง ฯลฯ เมื่อตรวจพบโรคตามเงื่อนไข รับเงินก้อนทันที เพื่อใช้ค่ารักษาหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
ตัวอย่างเช่น
AIA CI Plus / AIA SUPERCARE 20/99 — เจอ จ่าย จบ
AIA Multi-Pay CI Plus — เจอ จ่าย หลายจบ เคลมได้สูงสุด 11 ครั้ง รับผลประโยชน์รวมถึง 800% ของทุนประกัน
📌 เบี้ยไม่แพง แต่ช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายหลักล้าน และยังช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุด
⚖️ ประกันสุขภาพหรือประกันโรคร้ายแรง ซื้อตัวไหนดี?
ทั้งสองแบบ “มีจุดเด่นต่างกัน”
ประกันสุขภาพเหมาจ่าย → ดูแลค่ารักษาโดยตรง
ประกันโรคร้ายแรง → ช่วยเรื่องเงินก้อนสำรองระหว่างรักษา
💡 ถ้ามีกำลังพอ ควรทำ ทั้งสองแบบควบคู่กัน เพราะช่วยอุดช่องโหว่ซึ่งกันและกัน และยังสามารถ ลดหย่อนภาษีรวมสูงสุด 25,000 บาท/ปี
📲 สนใจวางแผนภาษีและประกันชีวิต
ติดต่อ: วีรศิลป์ ฤกษ์เวียง (เซน)
ผู้แนะนำการลงทุน 136793 | ตัวแทน AIA 6701045078
Line OA : https://lin.ee/ll6HOvG
#คราฟประกัน #ประกันชีวิต #วางแผนการเงิน
06/11/2025
💡 สรุปเรื่อง “ประกันลดหย่อนภาษี” แบบเข้าใจง่าย
การทำประกันไม่ใช่แค่สร้างความคุ้มครอง แต่ยังช่วย ลดหย่อนภาษี ได้ด้วย เพราะรัฐสนับสนุนให้คนไทยวางแผนการเงิน และลดภาระของภาครัฐจากค่ารักษาพยาบาล
📌 ประกันที่ลดหย่อนภาษีได้ มี 4 ประเภทหลัก ๆ
- ประกันชีวิตทั่วไป – ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
- ประกันชีวิตแบบบำนาญ – ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท
(รวมกับแบบทั่วไปได้สูงสุด 300,000 บาท)
- ประกันสุขภาพของตัวเอง – สูงสุด 25,000 บาท
(รวมกับประกันชีวิตทั่วไปแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท)
- ประกันสุขภาพพ่อแม่ – สูงสุด 15,000 บาท
💬 ควรเริ่มซื้อตอนไหนดี?
อย่ารอปลายปี — วางแผนตั้งแต่ต้นปีดีที่สุด
เพราะจะมีเวลาพิจารณาแบบประกันที่เหมาะสมกับงบประมาณและเป้าหมายทางการเงินของคุณ
🧾 สรุปสั้น ๆ
ประกันช่วยลดภาษี = ได้ทั้งคุ้มครอง + ได้ประโยชน์ทางภาษี
วางแผนเร็ว = ได้แบบประกันที่คุ้มและตอบโจทย์กว่า
📲 สนใจวางแผนภาษีและประกันชีวิต
ติดต่อ: วีรศิลป์ ฤกษ์เวียง (เซน)
ผู้แนะนำการลงทุน 136793 | ตัวแทน AIA 6701045078
Line OA : https://lin.ee/ll6HOvG
#คราฟประกัน #ประกันชีวิต #วางแผนการเงิน